xs
xsm
sm
md
lg

เที่ยวป่าหน้าฝน ยลดอกไม้นานาพันธุ์ “เอื้องนวลจันทร์-หงอนนาค-กระเจียว ฯลฯ”

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

เอื้องนวลจันทร์บานทั่วลานที่ทุ่งโนนสน
ฤดูฝนคงเป็นฤดูที่ไม่เหมาะสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวสักเท่าไหร่นัก ด้วยฟ้าฝนที่ไม่เป็นใจ ฝนจะตกตอนไหนก็ไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ จะขับรถออกไปไหน ก็ต้องใช้ท้องถนนด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้นักท่องเที่ยวหลายคนหลีกเลี่ยงการเดินทางในหน้าฝน
ดอกหงอนนาค นางเอกแห่งภูสอยดาว
แต่สำหรับเรานั้น อาจจะคิดแตกต่างกับคนอื่นเสียหน่อย พอฝนตกทีไรมักรู้สึกชุ่มฉ่ำ สดชื่นทุกครั้ง ทำให้อยากจะออกเดินทางไปท่องเที่ยว สัมผัสสายฝน สูดกลิ่นไอดิน เพราะฤดูนี้นอกจากสายฝนที่โปรยปรายจะให้ความสดชื่นแล้ว บรรดาต้นไม้ ป่า เขา ก็พากันเป็นสีสดเขียวขจี ดูสดชื่น มีชีวิตชีวาเป็นที่สุด ซึ่งในช่วงฤดูฝนนี้เอง บรรดาดอกไม้งามต่างๆ ก็จะพากันชูช่อเบ่งบานเป็นปรากฏการณ์ดอกไม้ป่าหน้าฝนให้ได้ยลกันในหลายพื้นที่ หากพร้อมแล้วแพ็กกระเป๋า คว้ากล้องคู่ใจตามไปกันเลย
ทุ่งดอกกระเจียวสีชมพูที่ อช.ป่าหินงาม
เริ่มกันที่ดอกไม้ป่าที่กำลังเบ่งบานชูช่อรอให้นักเดินทางไปยลในช่วงนี้ก็คือ "ทุ่งดอกกระเจียว" หรือ “บัวสวรรค์” ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อ.เทพสถิต และที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง อ.หนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ โดยดอกกระเจียวเป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง และเป็นไม้ล้มลุกซึ่งมีเหง้าอยู่ใต้ดิน ในช่วงฤดูหนาวและฤดูร้อนเหง้าดอกกระเจียวจะฝังอยู่ใต้ดิน เมื่อเข้าสู่หน้าฝน สายฝนจะปลุกเหง้าดอกกระเจียวให้แทงหน่อต่อยอดเติบโตและค่อยๆ ผลิดอกออกมาอวดโฉมความงาม
ดอกกระเจียว ได้ชื่อว่าราชินีแห่งป่าฝน
สำหรับดอกกระเจียวนั้น เป็นดอกไม้ที่ถูกยกให้เป็น “ราชินีแห่งป่าฝน” เพราะเมื่อใดที่ดอกกระเจียวเบ่งบาน ก็เหมือนเป็นสัญญาณบอกได้ว่าฤดูฝนได้มาเยือนแล้ว ซึ่งที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เมื่อถึงช่วงเวลาที่ดอกกระเจียวบานสะพรั่งเต็มที่ จะสามารถมองเห็นดอกกระเจียวสีม่วงอมชมพูชูช่ออยู่ทั่วทุ่ง เป็นภาพดอกสีชมพูตัดกับสีเขียวสดของทุ่งหญ้า มีต้นไม้ ก้อนหินใหญ่-น้อย และผืนป่าเต็งรังเบื้องหลังเป็นฉากที่เพิ่มเสน่ห์และสวยงามให้มากขึ้น และยิ่งถ้าหากไปชมในช่วงเวลาที่เหมาะสมแล้ว จะเห็นหมอกฝน ละอองไอน้ำจางๆ ลอยอยู่ด้านบนดอกกระเจียว ดุจภาพในความฝัน ชวนให้หลงใหลไม่น้อยทีเดียว
ดอกหงอนนาคสีม่วงบอบบางกลางสายหมอก
ส่วนดอกไม้อีกหนึ่งชนิดที่พลาดไม่ได้ในช่วงหน้าฝนก็คือ "ดอกหงอนนาค" นางเอกของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่เป็นสิ่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวหลายต่อหลายคนเดินทางมาเยือนภูสอยดาว แม้จะต้องใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง ในการเดินป่าจากตีนภูขึ้นไปยังลานสนซึ่งเป็นที่ตั้งแคมป์และเป็นจุดชมดอกหงอนนาค (ระยะทาง 6.5 กิโลเมตร) สภาพเส้นทางเป็นภูเขา บางช่วงก็สูงชันใช่เล่น
ทุ่งดอกหงอนนาคในแสงสีทอง
“ดอกหงอนนาค” หรือที่บางแห่งเรียกว่า หญ้าหงอนเงือก(เลย), น้ำค้างกลางเที่ยง (สุราษฎร์ธานี), หงอนพญานาคไส้เอียน(อุบลราชธานี), ว่านมูก (หนองคาย) เป็นพืชล้มลุก ดอกมีสีม่วงอ่อนหรือสีม่วงน้ำเงิน มีดอกสีขาวและสีชมพูบ้างแต่ก็เป็นส่วนน้อย ช่วงเวลาในการเบ่งบานจะอยู่ในช่วงหน้าฝนประมาณเดือนสิงหาคม-ต้นเดือนตุลาคม ซึ่งถือเป็นช่วงไฮซีซั่นของภูสอยดาว เพราะดอกหงอนนาคสีม่วงสดใสกลีบดอกบอบบางอ่อนหวานจะบานอยู่เต็มลานสน ตัดกับต้นหญ้าสีเขียว ไม่ว่าจะมองมุมไหน หรือสภาพอากาศเป็นอย่างไร เช่น ดอกหงอนนาคคลอเคลียกับสายหมอกจางๆ หรือดอกหงอนนาคฉาบด้วยสีส้มจากพระอาทิตย์ที่กำลังจะลาลับขอบฟ้า ก็งดงามจับตาเท่าๆ กัน

นอกเหนือจากดอกหงอนนาคแล้ว ที่ภูสอยดาวยังมีสิ่งน่าสนใจอย่างอื่นอีก อาทิ การเดินสำรวจพรรณไม้ระหว่างการเดินทาง เห็ดหน้าฝน พืชแปลกตา หลักเขตชายแดนไทย-ลาว น้ำตกภูสอยดาว น้ำตกสายทิพย์ น้ำตกหลุมพบ ได้อีกด้วย
เปราะภูกลีบบางสวยมีให้ชมในหน้าฝน
และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวง (ครอบคลุมพื้นที่อำเภอด่านซ้าย วังสะพุง และอำเภอภูหลวง) จังหวัดเลย ที่นอกจากจะเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำสายน้ำสำคัญๆ หลายสาย เป็นที่อยู่อาศัยอันสงบสุขของสัตว์ป่าหลายชนิด เป็นแหล่งรวมของพรรณไม้มีค่าหายาก และพืชสมุนไพรมากมายหลายชนิดแล้ว ในช่วงฤดูฝนยังเป็นสถานที่ชมดอกไม้หน้าฝนอันงดงามอย่าง “ดอกเปราะภู” สีชมพูสดสวยที่จะออกดอกบานสะพรั่งไปทั่วท้องทุ่ง

ดอกเปราะภูเป็นพืชชนิดหนึ่งในตระกูลขิง ข่า มีเหง้าอยู่ใต้ดิน พอได้รับน้ำฝนเหง้าก็จะแตกตัวแทงยอดขึ้นมาตามพื้นดินและซอกหินอย่างน่าอัศจรรย์ มีทั้งสีขาว ชมพู เหลืองสลับกัน มีลักษณะใบเรียวแหลมมีความสูงประมาณ 30 เซนติเมตร นอกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูหลวงแล้ว ยังสามารถพบดอกเปราะภูได้ที่ลานหินปุ่มและลานหินแตก อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก ในช่วงฤดูฝนได้เช่นกัน
ชมดอกลิ้นมังกรสีชมพูที่น้ำตกหมันแดง (ภาพ : ททท.)
นอกจากดอกเปราะภูแล้ว ในอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้ายังมีอีกหนึ่งดอกไม้ในหน้าฝนให้ยลกันก็คือดอกกล้วยไม้ “ลิ้นมังกรสีชมพู” สีสดงดงาม และ “บีโกเนียสีขาว” อยู่ตามโขดหิน ตัดกับมอสและเฟิร์นสีเขียวสดใส โดยจะขึ้นอยู่บริเวณน้ำตกหมันแดงชั้นที่ 5 และจะมีให้ชมแค่ในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเท่านั้น
ดอกสิงโตกลอกตา
ในช่วงปลายฝนต้นหนาว ที่ “ทุ่งโนนสน” ในอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวง (อาณาเขตครอบคลุมจังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์) จะพบได้กับต้นไม้-ดอกไม้หลากหลายชนิด เช่น ดอกจอกบ่วาย หรือ หยาดน้ำค้าง พืชกินแมลงที่ออกดอกเป็นรูปวงกลมสีแดงอยู่เรี่ยพื้นดิน, กระดุมเงิน กระดุมทอง จุกนกยูง ดอกไม้ป่าที่มีดอกลักษณะกลมเป็นปุย, ข้าวตอกฤาษี มอสที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่พบในไทย, สิงโตสมอหิน สิงโตรวงข้าว และสิงโตกลอกตา (กล้วยไม้ป่าที่พบเห็นได้ยาก)
“ดอกเหลืองพิศมร” หรือ “เอื้องนวลจันทร์”
ทว่าดอกไม้ที่ขึ้นอยู่เยอะที่สุดบนทุ่งโนนสน จนเรียกได้ว่าเป็นนางเอกของงานก็คือ “ดอกเหลืองพิศมร” หรือ “เอื้องนวลจันทร์” กล้วยไม้ดินสีเหลืองสดใส ที่ผลิบานท้าลมท้าแดดอยู่เต็มลานหิน ซึ่งช่วงเวลาที่ดอกเหลืองพิศมรงดงามที่สุด จะเป็นช่วงเช้าตรู่ที่น้ำค้างยังคงเกาะอยู่บนกลีบใบ ผสมกับแสงแรกของวันที่สาดส่องมากระทบอย่างอ่อนโยน บวกกับหมอกจางๆ มองเห็นทิวสนเป็นฉากหลัง ทำให้ดูสวยงามจนยากจะละสายตาจริงๆ
ดงดอกดุสิตา
นอกจากนี้แล้วที่ทุ่งโนนสนยังมีดอกไม้ป่าอีกหลากหลายชนิดให้ได้ยลกัน ทั้งสร้อยสุวรรณา สีเหลืองสดใส ทิพย์เกสร สีม่วงอ่อนหวาน สรัสจันทร สีน้ำเงินอมม่วง ดุสิตา ดอกไม้สีน้ำเงินอมม่วง ต่างเป็นดอกไม้ที่ได้ชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ อีกทั้งยังมีดอกไม้น่ารักๆ อย่าง เอื้องม้าวิ่ง เอื้องบายศรี เอื้องมัน เอื้องน้ำต้น เอนอ้า หงอนนาค จ่าห้อม ปราบภู ที่ขึ้นอยู่ตามโขดหิน ตามพื้นดินและต้นไม้

นี่ก็คือเสน่ห์แห่งผืนป่าหน้าฝนที่ธรรมชาติได้สรรค์สร้างขึ้นมาอย่างวิจิตรงดงาม ลองเดินทางไปสัมผัสป่าหน้าฝน แล้วคุณจะรู้ว่าความงดงามของธรรมชาติที่ซ่อนอยู่คืออะไร
* * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * * *

สามารถส่งข้อมูลข่าวสารด้านการท่องเที่ยว-อาหารมาได้ที่ กอง บก.ข่าวท่องเที่ยว แฟกซ์ 0-2629-4467 อีเมล travel_astvmgr@hotmail.com

 

กำลังโหลดความคิดเห็น