xs
xsm
sm
md
lg

“พาณิชย์” สั่งพาณิชย์จังหวัดตรวจสอบการซื้อ “หมามุ่ย” หลังเกษตรกรร้องนายกฯ ถูกหลอกให้ปลูก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online

ภาพจากอินเทอร์เน็ต
“พาณิชย์” สั่งพาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจสอบการรับซื้อหมามุ่ย หลังเกษตรกรร้องนายกฯ ช่วยเหลือ เหตุบริษัทที่ส่งเสริมไม่ยอมรับซื้อ พบยังมีการซื้ออยู่ แต่กิโลละ 200 บาท ไม่ใช่ 2,000 บาทตามที่เป็นข่าว พร้อมแนะเกษตรกรถามผู้รู้ก่อนปลูก หวั่นปลูกพันธุ์ผิดจะเสียเงินฟรี

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดอำนาจเจริญลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่เกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญร้องทุกข์ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยแก้ปัญหาหมามุ่ยที่นำไปปลูกทดแทนยางพาราที่มีราคาตกต่ำ แต่ไม่สามารถติดต่อกับบริษัท บ้านไร่เกษตรสร้างสรรค์ ออร์แกนิค จำกัด ผู้แนะนำให้ปลูกและรับซื้อได้ เบื้องต้นจากการตรวจสอบ บริษัทฯ ได้ยืนยันว่าจะมีการรับซื้อหมามุ่ยจากเกษตรกรอยู่ โดยจะซื้อในราคา 200 บาทต่อกิโลกรัม (กก.) ไม่ใช่ราคา 2,000 บาทต่อ กก.ตามที่เป็นข่าว

ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ขอแจ้งเตือนเกษตรกรผู้ที่สนใจเพาะปลูกหมามุ่ยในเชิงพาณิชย์เพื่อทดแทนยางพาราที่มีราคาตกต่ำ ให้ตรวจสอบแหล่งที่มาของสายพันธุ์ที่น่าเชื่อถือก่อน เพราะอาจโดนหลอกให้ปลูกหมามุ่ยที่ไม่ใช่ชนิดที่ตลาดต้องการซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคและต้องสูญเสียเงินในการลงทุน เนื่องจากหมามุ่ยสายพันธุ์ที่ขายได้จะเป็นสายพันธุ์จีนและอินเดีย เพราะมีผลวิจัยว่าสามารถนำมาผลิตเป็นยาสมุนไพร และไม่เกิดอาการคันเหมือนสายพันธุ์ของไทย

ก่อนหน้านี้ มีข่าวร้องเรียนการปลูกหมามุ่ยของนายสุนทร ลำงาม เกษตรกรจังหวัดอำนาจเจริญ และเพื่อนเกษตรกรอีก 2 คน เมื่อวันที่ 14 ม.ค. 2559 ที่มีการร้องทุกข์ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีให้ช่วยแก้ปัญหาหมามุ่ยที่กลุ่มเกษตรกรผู้ร้องเรียนได้ปลูกทดแทนยางพาราที่มีราคาตกต่ำ โดยมีบริษัท บ้านไร่เกษตรสร้างสรรค์ ออร์แกนิค จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ที่ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ชักชวนให้เข้าเป็นสมาชิกร่วมลงทุนปลูกหมามุ่ย ค่าธรรมเนียมแรกเข้ารายละ 4,900 บาท ได้พันธุ์หมามุ่ยคนละ 300 เมล็ด และสัญญาจะรับซื้อผลผลิต โดยอ้างว่ารายได้สูงถึง กก.ละ 2,000 บาท หรือไร่ละ 150,000 บาท แต่เมื่อผลผลิตหมามุ่ยเก็บเกี่ยวได้ ก็ไม่สามารถติดต่อทางบริษัทรับซื้อสินค้าได้ จึงมีการร้องขอให้ภาครัฐช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เท่าที่มีการตรวจสอบพบว่าบริษัทได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนกับสำนักงานเกษตรจังหวัด ไม่ได้มีเจตนาหลอกลวงแต่อย่างใด และยังยืนยันที่จะรับซื้อหมามุ่ยจากเกษตรกรอยู่ ดังนั้นยังไม่เข้าข่ายความผิดหลอกลวง แต่เมื่อใดที่เกษตรกรนำเมล็ดไปขายแล้ว บริษัทบ่ายเบี่ยงหรือไม่รับซื้อ จึงจะเข้าข่ายความผิดหลอกลวงประชาชน เบื้องต้นทางจังหวัดอำนาจเจริญจะมีการติดตามสถานการณ์ต่อไป
กำลังโหลดความคิดเห็น