ศูนย์ข้อมูลส่วนบุคคลที่ Google เราตระหนักดีถึงความไว้วางใจที่เราได้รับจากผู้ใช้ของเรา และตระหนักรู้ในหน้าที่ความรับผิดชอบของเราในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ เราเชื่อว่าความโปร่งใสและทางเลือกเป็นพื้นฐานของการรักษาข้อมูลส่วนบุคคล เราพยายามแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่า เราเก็บรวบรวมข้อมูลใดบ้างเมื่อพวกเขาใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของเรา และเสนอทางเลือกที่เหมาะสมแก่ผู้ใช้ว่าจะให้ข้อมูลใดบ้างแก่ Google และแก่บุคคลอื่น
เราจัดเก็บข้อมูลนี้ด้วยเหตุผลหลายประการด้วยกัน เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ เพื่อปรับปรุงผลการค้นหาของเรา และเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบของเรา การวิเคราะห์ข้อมูลบันทึกเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้วิศวกรของเราสามารถปรับปรุงคุณภาพการค้นหาและสร้างบริการใหม่ที่เป็นประโยชน์ได้ ตัวอย่างเช่น Google Spell Checker ซอฟต์แวร์ตรวจตัวสะกดของ Google จะพิจารณาข้อความค้นหาของผู้ใช้โดยอัตโนมัติ และตรวจดูว่าผู้ใช้รายนั้นกำลังสะกดคำในรูปแบบที่ใช้กันทั่วไปมากที่สุดอยู่หรือไม่ หากเราพบว่าผู้ใช้รายใดมีแนวโน้มที่จะขอรับผลการค้นหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มมากขึ้นโดยใช้การสะกดคำแบบอื่น เราจะถามว่า “คุณหมายถึงคำนี้ใช่หรือไม่: (รูปแบบการสะกดคำที่ใช้แพร่หลายมากกว่า)” ในการให้บริการนี้ เราจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลในบันทึกของเรา ข้อมูลบันทึกยังช่วยให้เราสามารถปรับปรุงผลการค้นหาของเราได้ หากเราทราบว่าผู้ใช้กำลังคลิกผลการค้นหาที่ 1 เราก็จะทราบว่าเราน่าจะให้ผลการค้นหาที่เหมาะสมแล้ว แต่หากผู้ใช้คลิกหน้าถัดไป หรือปรับเปลี่ยนข้อความค้นหา ก็แสดงว่าเราอาจจะให้ผลการค้นหาที่ไม่ตรงนัก นอกจากนี้ ข้อมูลบันทึกยังช่วยให้เราสามารถป้องกันการฉ้อโกงและการกระทำที่ไม่ถูกต้องอื่นๆ เช่น ฟิชชิ่ง การโจมตีโดยใช้สคริปต์ สแปม รวมถึงสแปมการคลิกข้อความค้นหา และสแปมการคลิกโฆษณา
เราพยายามรักษาสมดุลที่เหมาะสมระหว่างความจำเป็นด้านนวัตกรรมกับแรงกดดันในการแข่งขันที่เราต้องเผชิญ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้ของเรา การรักษาความปลอดภัยของระบบของเรา เราเชื่อว่าการไม่เปิดเผยที่อยู่ IP หลังจากเวลาผ่านไป 9 เดือน และไม่ระบุคุกกี้ หลังจากผ่านไป 18 เดือน เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุด
Google ก็เป็นเช่นเดียวกับเครื่องมือค้นหาอื่นๆ คือมีการแสดงเนื้อหาและข้อมูลที่มีอยู่แล้วบนอินเทอร์เน็ต เครื่องมือค้นหาไม่สามารถลบเนื้อหาออกจากอินเทอร์เน็ตโดยตรงได้ ดังนั้นแม้ว่าจะลบเนื้อหาออกจาก Google หรือเครื่องมือค้นหาอื่นๆ แล้ว แต่ก็จะยังมีเนื้อหาต้นฉบับปรากฏอยู่บนเว็บ วิธีที่ดีที่สุดสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการจะลบเนื้อหาออกจากอินเทอร์เน็ตคือ ให้ติดต่อกับเว็บมาสเตอร์ของหน้าเว็บนั้นหรือบริษัทที่ให้บริการอินเทอร์เน็ตโฮสติ้งซึ่งดูแลเนื้อหาดังกล่าว เพื่อจะได้ทราบถึงนโยบายการลบเนื้อหาของบริษัท เมื่อเนื้อหาดังกล่าวถูกลบออกจากตำแหน่งที่ปรากฏในเว็บไซต์แล้ว และเมื่อเครื่องมือค้นหาของ Google ได้ทำการรวบรวมข้อมูลโดยเข้าไปที่หน้าเว็บนั้นอีกครั้งแล้ว ข้อมูลนั้นก็จะไม่ปรากฏในผลการค้นหาของ Google อีกต่อไป เรานำเสนอเครื่องมือเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้ที่ต้องการ ขอลบแบบเร่งด่วน
ใช่ Google ก็เป็นเช่นเดียวกับเว็บไซต์และเครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่ ที่ใช้คุกกี้เพื่อให้บริการและทำการโฆษณาต่างๆ ให้แก่ผู้ใช้ของเรา ตลอดจนใช้เพื่อปรับปรุงความพึงพอใจของผู้ใช้ การตั้งค่าของผู้ใช้ในบันทึกคุกกี้ก็เช่น ผู้ใช้ต้องการให้ผลการค้นหาเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาฝรั่งเศส และพวกเขาได้เลือกตัวกรองการค้นหาที่ปลอดภัยแล้วใช่หรือไม่ หากปราศจากคุกกี้ Google จะไม่สามารถจดจำความต้องการที่แตกต่างกันของผู้ใช้ได้ ผู้ใช้ส่วนใหญ่ไม่ต้องการรีเซ็ตคอมพิวเตอร์ของตนทุกครั้งที่ล็อกออนเข้าสู่ระบบ ผู้ใช้ที่ไม่ต้องการได้รับคุกกี้สามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์ของตนเพื่อให้มีการแจ้งทุกครั้งเมื่อมีการส่งคุกกี้มาให้ หรือปฏิเสธคุกกี้จากบางเว็บไซต์ หรือปฏิเสธคุกกี้ทั้งหมด หรือลบคุกกี้จากเบราว์เซอร์ของตน เครื่องมือค้นหาของ Google ทำงานโดยไม่ต้องใช้คุกกี้ได้ แม้ว่าผู้ใช้อาจต้องสูญเสียฟังก์ชันบางอย่างไปถ้าพวกเขาปิดใช้งานคุกกี้
นโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของเราร่างขึ้นโดยสอดคล้องกับกฎหมายข้อมูลส่วนบุคคลในทุกๆ ประเทศที่เราดำเนินธุรกิจ
เช่นเดียวกับบริการอีเมลส่วนใหญ่ Gmail ใช้ซอฟต์แวร์เพื่อสแกนอีเมลหาไวรัสและเพื่อขจัดสแปม Google ก็ใช้ซอฟต์แวร์ประเภทเดียวกันนี้เพื่อสแกนคำหลักในอีเมลของผู้ใช้ หลังจากนั้นเราก็สามารถใช้คำหลักเหล่านี้ในการจับคู่กับโฆษณา เมื่อผู้ใช้เปิดข้อความอีเมล คอมพิวเตอร์จะสแกนข้อความ และแสดงข้อมูลที่เกี่ยวข้องโดยทันทีซึ่งเป็นข้อมูลที่ตรงกับเนื้อหาของข้อความ เมื่อข้อความอีเมลถูกปิดไป โฆษณานั้นก็จะไม่แสดงอีกต่อไป ขั้นตอนทั้งหมดนี้เป็นแบบอัตโนมัติและไม่เกี่ยวกับการดำเนินการโดยบุคคลแต่อย่างใด
Google Earth ใช้ดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศในการจัดหามุมมองต่างๆ ของสถานที่ในทั่วโลกให้แก่ผู้ใช้ Google ได้ลิขสิทธิ์หรือซื้อภาพถ่ายนี้จากผู้ให้บริการภาครัฐและเอกชน เพื่อให้ภาพถ่ายเหล่านี้มีให้บริการในเชิงพาณิชย์ได้ นอกจากนี้ บุคคลใดก็ตามที่บินอยู่เหนือหรือขับรถผ่านสถานที่นี้ ก็จะเห็นภาพที่คล้ายกันนี้ ข้อกำหนดของภาพถ่ายเหล่านี้โดยทั่วไปแล้วไม่อนุญาตให้ระบุตัวบุคคล และภาพต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ใช่ภาพ ณ เวลาจริง ดังนั้นจึงไม่สามารถจับภาพกิจกรรมในปัจจุบันได้ ในแต่ละประเทศมีกฎหมายที่แตกต่างกันเกี่ยวกับภาพถ่ายแบบใดที่สามารถแจกจ่ายหรือจัดพิมพ์ในเชิงพาณิชย์ได้และแบบใดที่ทำไม่ได้ และเราปฏิบัติตามกฎหมายเหล่านั้น การที่ภาพอาคารบางแห่งถูกทำให้เป็นภาพพร่ามัวบน Google Earth (ตัวอย่างเช่น พระราชวัง (Royal Palace) ในเนเธอร์แลนด์) ก็เป็นเพราะการดำเนินการโดยซัพพลายเออร์ที่จัดหารูปภาพดังกล่าวให้แก่ Google
Street View จะแสดงภาพถ่ายเฉพาะในสถานที่สาธารณะ ภาพถ่ายนี้ไม่แตกต่างจากภาพที่บุคคลสามารถจับได้หรือมองเห็นเมื่อเดินไปตามท้องถนน แม้ว่า Street View จะช่วยให้ผู้คนสามารถค้นหา ค้นพบ และวางแผนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวกับสถานที่ได้อย่างสะดวก แต่เราก็เคารพในข้อเท็จจริงที่ว่าผู้คนอาจไม่ต้องการภาพถ่ายที่พวกเขารู้สึกว่าไม่เหมาะสมให้มาปรากฏอยู่ในบริการนี้ เมื่อไม่นานมานี้ เราได้นำเทคโนโลยีอันทันสมัยในการทำให้ใบหน้าคนพร่ามัวมาใช้กับ Street View นอกจากนี้ เรายังจัดให้มีเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับตั้งค่าสถานะภาพถ่ายที่ไม่เหมาะสมหรือภาพถ่ายที่เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนเพื่อทำให้ดูพร่ามัวหรือเพื่อลบภาพออก แต่ละกรอบภาพถ่ายของ Street View จะมีลิงก์ไปสู่ “วิธีใช้ Street View” ซึ่งผู้ใช้สามารถรายงานรูปภาพที่ไม่เหมาะสมได้ เรามีการทบทวนเป็นประจำเกี่ยวกับคำขอให้นำภาพเหล่านี้ออกและดำเนินการตอบสนองตามคำขออย่างรวดเร็วในการลบภาพที่ไม่เหมาะสม
orkut จัดให้มีตัวควบคุมการใช้ข้อมูลร่วมกันที่มีประสิทธิภาพเพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้สามารถจำกัดบุคคลที่สามารถดูโปรไฟล์ของตน และข้อมูลอื่นที่พวกเขาเลือกที่จะโพสต์ลงบนเว็บไซต์ เมื่อผู้ใช้สร้างโปรไฟล์ orkut ขึ้น จะมีไอคอน “กุญแจสีทอง” ที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถระบุว่าใครสามารถจะดูโปรไฟล์ของพวกเขาได้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง สมาชิกในครอบครัว เพื่อนของเพื่อน หรือชุมชน orkut ทั้งหมด ผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าการใช้ข้อมูลร่วมกัน และแก้ไขข้อมูลในโปรไฟล์ของตนเมื่อใดก็ได้
ผู้ใช้ของเราควบคุมการเข้าถึงข้อมูลด้านสุขภาพของตนได้เมื่อพวกเขาใช้ Google Health ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคนที่จะเลือกว่าใครสามารถดูหรือเพิ่มข้อมูลเข้าในโปรไฟล์ Google Health ของตนได้บ้าง และผู้ใช้สามารถยกเลิกการเข้าถึงเมื่อใดก็ได้ นอกจากนี้ เรายังอนุญาตให้ผู้ใช้สามารถดูกิจกรรมทั้งหมดในบัญชีผู้ใช้ของตน เพื่อที่พวกเขาจะมั่นใจได้ว่าเฉพาะบางคนและบางบริการเท่านั้นที่พวกเขาได้รับอนุญาตให้เข้าถึงเพื่อที่จะสามารถดูโปรไฟล์ของพวกเขาหรือเพิ่มข้อมูลเข้าไปได้ เราไม่นำข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้มาจำหน่ายและจะไม่แบ่งปันข้อมูลนี้กับผู้ใดเว้นแต่จะได้รับอนุญาตโดยชัดแจ้งจากผู้ใช้ให้ทำเช่นนั้นได้ ยกเว้นในบางเงื่อนไขซึ่งระบุไว้ในนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของเรา เช่น เมื่อเราจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลนั้นตามกฎหมาย
หากผู้ใช้มีข้อสงสัยเพิ่มเติมหรือมีปัญหาใดๆ สามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลา ผ่านเว็บไซต์นี้
นอกจากนี้ ยังสามารถเขียนถึงเราที่:
Privacy Matters“ข้อมูลส่วนบุคคล” คือ ข้อมูลที่คุณแจ้งแก่เราและเป็นการระบุถึงตัวคุณ เช่น ชื่อ ที่อยู่อีเมล หรือข้อมูลเพื่อเรียกเก็บเงิน หรือข้อมูลอื่นๆ ที่สามารถเชื่อมโยงถึงข้อมูลดังกล่าวได้โดย Google
คุณสามารถเข้าถึงการให้บริการบางอย่างโดยสมัครรับบัญชีผู้ใช้ Google และแจ้งข้อมูลส่วนตัวบางอย่างให้เราทราบ (เช่น ชื่อ ที่อยู่อีเมล และรหัสผ่าน) ข้อมูลของบัญชีนี้จะถูกนำไปใช้เพื่อรับรองความถูกต้องให้กับคุณเมื่อคุณเข้าถึงบริการต่างๆ ของ Google และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเข้าถึงบัญชีของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต เราอาจแบ่งปันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณกับบริการต่างๆ เพื่อทำการกำหนดเนื้อหาและปรับปรุงบริการต่างๆ สำหรับคุณ จะไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลบัญชีผู้ใช้ออกไปภายนอก Google เว้นแต่ตามที่ระบุไว้ในนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลหรือเว้นแต่เมื่อได้รับอนุญาตจากคุณ
คุณสามารถแก้ไขหรือยกเลิกบัญชีของคุณได้ตลอดเวลาโดยการตั้งค่าบัญชีผู้ใช้ Google คุณ
“คุกกี้” เป็นไฟล์ขนาดเล็กที่ประกอบด้วยสตริงอักขระซึ่งส่งมายังคอมพิวเตอร์ของคุณเมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์ต่างๆ เมื่อคุณเยี่ยมชมเว็บไซต์เดิมอีกครั้ง คุกกี้จะยอมให้เว็บไซต์นั้นจดจำเบราว์เซอร์ของคุณไว้ คุกกี้อาจจัดเก็บการตั้งค่าของผู้ใช้และข้อมูลอื่นๆ ไว้ คุณสามารถรีเซ็ตเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อปฏิเสธคุกกี้ทั้งหมด หรือให้ระบุเวลาส่งคุกกี้ได้ อย่างไรก็ตาม บางคุณลักษณะของเว็บไซต์หรือบางบริการอาจทำงานผิดปกติหากไม่มีคุกกี้
คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตจะมีหมายเลขประจำที่แตกต่างกัน เรียกว่า ที่อยู่ Internet Protocol (IP) เนื่องจากโดยปกติแล้ว คอมพิวเตอร์เหล่านี้มักจะได้รับชุดรหัสอ้างอิงตามประเทศ ที่อยู่ IP จึงมักสามารถใช้ระบุประเทศต้นทางได้เมื่อคอมพิวเตอร์นั้นๆ เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
เช่นเดียวกับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ เซิร์ฟเวอร์ของเราจะบันทึกคำขอเว็บเพจของผู้ใช้ในขณะเยี่ยมชมเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ โดยทั่วไปแล้ว “บันทึกเซิร์ฟเวอร์” รวมถึงคำขอเว็บไซต์ของคุณ ที่อยู่ Internet Protocol ชนิดของเบราว์เซอร์ ภาษาของเบราว์เซอร์ วันที่และเวลาของคำขอของคุณ ตลอดจนคุกกี้หนึ่งไฟล์หรือมากกว่านั้นที่สามารถระบุเบราว์เซอร์ของคุณได้
นี่คือตัวอย่างโดยทั่วไปของรายการแฟ้มบันทึกสำหรับข้อความค้นหาคำว่า “cars” โดยมีส่วนประกอบอื่นๆ ตามมาด้วย:
123.45.67.89 - 25/Mar/2003 10:15:32 - http://www.google.com/search?q=cars - Firefox 1.0.7; Windows NT 5.1 - 740674ce2123e969
123.45.67.89 คือ ที่อยู่ Internet Protocol·ที่ ISP ของผู้ใช้กำหนดให้กับผู้ใช้ โดยขึ้นอยู่กับการให้บริการ ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตอาจกำหนดที่อยู่ IP ที่แตกต่างกันในแต่ละครั้งที่ผู้ใช้งานเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
25/Mar/2003 10:15:32 คือ วันและเวลาของข้อความค้นหา
http://www.google.com/search?q=cars คือ URL ที่ร้องขอ รวมทั้งข้อความค้นหา
Firefox 1.0.7; Windows NT 5.1 คือเบราว์เซอร์และระบบปฏิบัติการที่กำลังถูกใช้งาน และ
740674ce2123a969 คือ ID คุกกี้ประจำคอมพิวเตอร์เฉพาะเครื่องที่ถูกใช้งานเมื่อครั้งแรกที่เข้าเยี่ยมชม Google (ผู้ใช้สามารถลบคุกกี้ได้ด้วยตนเอง หากผู้ใช้งานลบคุกกี้ออกจากคอมพิวเตอร์แล้วตั้งแต่ครั้งล่าสุดที่เข้าเยี่ยมชม Google หลังจากนั้น ในครั้งถัดไปที่เข้าเยี่ยมชม Google จากคอมพิวเตอร์เครื่องเดิม ผู้ใช้ก็จะได้รับ ID คุกกี้ที่กำหนดขึ้นให้ใหม่)
“ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อน” รวมถึงข้อมูลที่เราทราบว่ามีความเกี่ยวข้องกับข้อมูลทางการแพทย์ซึ่งเป็นความลับ ข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อชาติหรือชาติพันธุ์ ความเชื่อทางการเมืองหรือความเชื่อทางศาสนา ตลอดจนข้อมูลเรื่องเพศ และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล
“ข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลที่รวบรวมไว้” คือข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้เกี่ยวกับผู้ใช้งานและถูกรวบรวมเป็นกลุ่มๆ เพื่อที่จะได้ไม่สามารถระบุหรืออ้างอิงถึงตัวผู้ใช้ได้
บางบริการ เช่น Google Toolbar และ Google Web Accelerator จะส่งตัวชี้แหล่งทรัพยากรสากล (“URL”) ของเว็บเพจที่คุณร้องขอมายัง Google เมื่อคุณใช้บริการเหล่านี้ Google จะรับและจัดเก็บ URL ที่ส่งมาโดยเว็บไซต์ที่คุณเยี่ยมชม รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกใส่อยู่ข้างใน URL เหล่านั้นโดยตัวดำเนินการเว็บไซต์ สำหรับบริการบางอย่างของ Google (เช่น Google Toolbar) คุณสามารถเลือกเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในการส่ง URL มายัง Google ได้ ในขณะเดียวกันในบริการอื่น (เช่น Google Web Accelerator) การส่ง URL ไปยัง Google ถือเป็นส่วนหนึ่งของบริการนี้ เมื่อคุณสมัครใช้บริการประเภทนี้ จะมีการแจ้งเตือนอย่างชัดเจนว่าบริการนี้จะส่ง URL มายัง Google รวมทั้งแจ้งว่าคุณจะสามารถเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมในการส่ง URL และจะทำเช่นนั้นได้โดยวิธีการใด
ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณส่งข้อมูลไปยังเว็บเพจ (เช่น ID เข้าสู่ระบบของผู้ใช้ หรือข้อมูลการลงทะเบียน) ตัวดำเนินการของเว็บไซต์นั้นอาจจะ “ฝัง” ข้อมูลนั้น รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลลงใน URL (โดยทั่วไป แล้วจะใส่ไว้หลังเครื่องหมายคำถาม (“?”) ใน URL) เมื่อ URL ถูกส่งมายัง Google เซิร์ฟเวอร์ของเราจะจัดเก็บ URL โดยอัตโนมัติ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกฝังอยู่ข้างหลังเครื่องหมายคำถาม Google มิได้ควบคุมดูแลเว็บไซต์เหล่านี้ รวมทั้งไม่ได้ควบคุมเรื่องการฝังข้อมูลส่วนบุคคลลงใน URL