(โปรดดูนโยบายส่วนบุคคลสำหรับโฆษณา Google และบริการโฆษณาของเรา)
Google นำเสนอบริการโฆษณาหลายอย่างผ่านทางโปรแกรม AdWords และ AdSense เพื่อแสดงโฆษณาออนไลน์ที่มีประโยชน์และเกี่ยวข้องมากที่สุดแก่คุณ โฆษณาเหล่านี้จะปรากฏบนไซต์และบริการของ Google บนเว็บไซต์ของพันธมิตร และแอปพลิเคชันของ Google บางอย่าง รวมถึงโปรแกรมไคลเอ็นต์อื่นๆ โฆษณาบางอย่างจะอ้างอิงจากคำค้นหาของคุณหรือเนื้อหาของหน้าที่คุณกำลังดูเป็นหลัก เมื่อเรานำเสนอโฆษณาที่ปรับตามความสนใจของคุณ เราจะนำเสนอเครื่องมือที่มีประโยชน์เพื่อให้คุณดูและจัดการข้อมูลที่กำลังถูกเก็บรวบรวมและใช้แสดงโฆษณา เพื่อปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราปฏิบัติตามหลัก 3 ประการในการแสดงโฆษณาดังนี้:
นโยบายส่วนบุคคลของ Google อธิบายถึงวิธีที่เราทำงานกับข้อมูลส่วนบุคคลในผลิตภัณฑ์และบริการของ Google รวมถึงข้อมูลที่แจ้งไว้เมื่อมีการใช้หรือโต้ตอบกับบริการโฆษณาของเรา นอกจากนี้ นโยบายส่วนบุคคลสำหรับโฆษณา Google และบริการโฆษณา และประกาศเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลบางอย่างสำหรับบริการของ Google จะอธิบายถึงหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้องกับบริการโฆษณาของเรา หากคุณต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการโฆษณาของ YouTube โปรดดูโฆษณาของ YouTube และคุณ
ขณะที่คุณกำลังเข้าถึงเว็บผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ Google จะใช้คุกกี้ในการปรับปรุงประสบการณ์ออนไลน์ของคุณ รวมทั้งการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมากขึ้น เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ วิธีที่ Google ใช้คุกกี้ของโฆษณา
ทุกคนสามารถเลือกไม่ใช้คุกกี้ DoubleClick ได้ (สำหรับเว็บไซต์ของพันธมิตร AdSense การแสดงโฆษณา DoubleClick และบริการ Google บางอย่างที่ใช้คุกกี้ DoubleClick) ได้ทุกเวลาโดยการคลิกปุ่มด้านบน นอกจากนี้ Google ยังนำเสนอตัวเลือกอีกมากมายในการ บันทึกการตั้งค่าการเลือกไม่ใช้อย่างถาวร ในเบราว์เซอร์ของคุณอีกด้วย นอกจากนี้ Google ยังอนุญาตให้ผู้ลงโฆษณาซึ่งเป็นบุคคลที่สามแสดงโฆษณาในเครือข่ายดิสเพลย์ของ Google ได้ด้วย การใช้เครื่องมือที่สร้างขึ้นโดย Network Advertising Initiative ทำให้คุณสามารถ เลือกไม่ใช้ คุกกี้ของผู้แสดงโฆษณาที่เป็นบุคคลที่สามและคุกกี้ของเครือข่ายได้พร้อมกัน (นอกจากนี้ Google ยังใช้คุกกี้สำหรับ Google Analytics และเครื่องมือวัด Conversion ด้วย อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ใน คำถามที่พบบ่อย ของเรา ด้านล่าง)
ในการแสดงโฆษณาในแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีคุกกี้ เราได้ออกแบบ ID ที่ไม่ระบุตัวตนด้วยการเชื่อมโยงรหัสโทรศัพท์ของคุณกับสตริงอักขระที่ไม่มีลักษณะและแบบแผนเฉพาะ คุณสามารถเลือกรีเซ็ตหรือเลือกไม่ใช้ ID ที่ไม่ระบุตัวตนได้ทุกเมื่อ หากคุณเลือกรีเซ็ต เราจะเชื่อมโยงตัวระบุโทรศัพท์ของคุณกับ ID ที่ไม่ระบุตัวตนใหม่ หากคุณเลือกไม่ใช้ โฆษณาที่แสดงในแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่นๆ ของคุณด้วยเทคโนโลยีการแสดงโฆษณาของเราจะไม่ใช้ข้อมูลจาก ID ที่ไม่ระบุตัวตน อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวจัดการค่ากำหนดเฉพาะของโทรศัพท์
โฆษณาที่ปรากฏร่วมกับผลการค้นหาใน Google สามารถปรับเปลี่ยนในแบบของคุณได้ตามบัญชี Google ของคุณ หรือกำหนดค่าสำหรับเว็บเบราว์เซอร์ของคุณ การใช้ข้อความค้นหาที่ผ่านมาและประวัติเว็บสามารถช่วยให้เราแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นกับคุณ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณบน Google
โฆษณาที่ปรากฏถัดจากข้อความ Gmail สามารถได้รับการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณตามอีเมลในบัญชีของคุณ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับโฆษราใน Gmail และข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ
Google อาจใช้ข้อมูลบัญชี Google ของคุณ เช่น สิ่งที่คุณ +1 ในผลิตภัณฑ์และบริการของ Google และทั่วทั้งเว็บ ในการปรับเปลี่ยนเนื้อหาและโฆษณาบนเว็บไซต์ที่ไม่ใช่ของ Google ในแบบของคุณ หากคุณต้องการควบคุมวิธีการที่คุณเห็นคำแนะนำ +1 จากคนที่คุณรู้จัก และวิธีที่คำแนะนำ +1 ของคุณแสดงต่อผู้อื่น โปรดไปที่ หน้าการตั้งค่าบัญชีปุ่ม +1
เราให้ความสำคัญกับการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคล โดยการที่เราชัดเจนเกี่ยวกับข้อมูลที่เรารวบรวมและวิธีการของเราที่จะใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง อีกทั้งเรายังนำเสนอตัวเลือกให้แก่ผู้บริโภคเกี่ยวกับข้อมูลที่จะเปิดเผยกับเรา นอกจากนี้ เรายังทำให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับคุณในการดู จัดการ และเลือกไม่ใช้โฆษณาที่ปรับเปลี่ยนในแบบของคุณในการค้นหาของ Google หรือ Gmail หรือโฆษณาตามความสนใจที่แสดงในเว็บไซต์พันธมิตรของ AdSense เว็บไซต์บางเว็บของ Google รวมทั้งบุคคลที่สาม และแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ของ Google บางรายการด้วย เราจะไม่รวบรวม ขาย หรือเปิดเผยข้อมูลที่ระบุตัวตนจากคุกกี้การแสดงโฆษณาโดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างชัดเจนจากคุณ
เราแสดงโฆษณาผ่านโปรแกรม AdWords บนเว็บไซต์ของเราเอง รวมถึงบน Google เครือข่ายดิสเพลย์ นอกจากนี้ เรายังแสดงโฆษณาบนเว็บไซต์พันธมิตรผ่านโปรแกรม AdSense ตลอดจนบนไซต์พันธมิตรของบุคคลที่สาม และบนแอปพลิเคชันของ Google บางอย่าง รวมถึงบนไคลเอ็นต์อื่นๆ เราใช้วิธีการหลายอย่างในการแสดงโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้อง
สำหรับ Google เครือข่ายดิสเพลย์ เราแสดงโฆษณาตามเนื้อหาของไซต์ที่คุณชม และอาจใช้ข้อมูลพันธมิตรอื่นในการวางเป้าหมายโฆษณา ตัวอย่างเช่น หากคุณเช้าชมไซต์การทำสวน โฆษณาบนไซต์อาจเกี่ยวข้องกับการทำสวน นอกจากนี้ เราอาจแสดงโฆษณาตามความสนใจของคุณ ในขณะที่คุณเรียกดูเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับเราหรือไซต์ Google ที่ใช้คุกกี้ของ DoubleClick เช่น YouTube Google อาจวางคุกกี้ของ DoubleClick ในเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อทำความเข้าใจประเภทของหน้าที่เข้าชมหรือเนื้อหาที่คุณชม เราอาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของคุณในแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมไคลเอ็นต์อื่นๆ เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องและปรับให้ตรงกับความสนใจของคุณในแอปพลิเคชันหรือโปรแกรมไคลเอ็นต์ที่ใช้รหัสไม่ระบุตัวตน Google จะอาศัยข้อมูลนี้และ/หรือข้อมูลจากพันธมิตรที่ไม่ระบุตัวตน เพื่อเชื่อมโยงเบราว์เซอร์ของคุณหรือรหัสไม่ระบุตัวตนเข้ากับหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้อง และใช้หมวดหมู่เหล่านี้แสดงโฆษณาตามความสนใจ ตัวอย่างเช่น หากคุณเช้าชมเว็บไซต์ท่องเที่ยวบ่อยๆ Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากขึ้น หรือหากคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันกอล์ฟ Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวกับกอล์ฟแก่คุณ นอกจากนี้ Google ยังอาจใช้ประเภทของหน้าที่คุณเคยชมหรือเนื้อหาที่คุณเคยดู เพื่ออนุมานหมวดหมู่เพศและอายุของคุณ ตัวอย่างเช่น หากไซต์ที่คุณเข้าชมมีผู้เข้าชมเป็นผู้หญิงโดยส่วนใหญ่ (อ้างอิงจากข้อมูลผลสำรวจโดยรวมเกี่ยวกับการเข้าชมไซต์) เราอาจเชื่อมโยงคุกกี้ของคุณเข้ากับหมวดหมู่ข้อมูลประชากรเพศหญิง
นอกจากโฆษณาตามหมวดหมู่ความสนใจแล้ว Google ยังอนุญาตให้ผู้ลงโฆษณา (รวมถึง Google) แสดงโฆษณาต่อคุณตามการติดต่อทางออนไลน์ก่อนหน้านี้ของคุณได้อีกด้วย เช่น การเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาเหล่านั้น ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ร้านขายสินค้ากีฬาออนไลน์สามารถได้รับโฆษณาที่เกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษจากร้านค้าดังกล่าว
Google จะไม่เชื่อมโยงหมวดหมู่ความสนใจในเรื่องที่ละเอียดอ่อนกับเบราว์เซอร์ของคุณหรือ ID ที่ไม่ระบุตัวตน (เช่น เรื่องเชื้อชาติ ศาสนา ความสนใจทางเพศ สุขภาพ หรือเรื่องการเงินที่ละเอียดอ่อน) และจะไม่ใช้หมวดหมู่ความสนใจดังกล่าวนี้เมื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจ
เมื่อคุณค้นหาอะไรบางอย่างใน Google หน้าผลการค้นหาจะมีแสดงผลลัพธ์และโฆษณาที่ตรงกับข้อความค้นหาของคุณ ผลการค้นหาเหล่านี้ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณตามการค้นหาที่ผ่านมาและประวัติเว็บอื่นๆ ดังนั้นจึงไม่เฉพาะเจาะจงสำหรับคุณหรือคอมพิวเตอร์ของคุณ เราใช้ข้อความค้นหาและ สถานที่ตั้ง ของคุณในการส่งคืนผลลัพธ์และโฆษณาพื้นฐาน
เมื่อโฆษณาได้รับการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณแล้ว เราจะใช้ข้อมูลเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่คุณป้อนลงในช่องค้นหา ตัวอย่างเช่น เราอาจใช้การค้นหาก่อนหน้าเมื่อเร็วๆ นี้ หากเราคิดว่าการค้นหานั้นอาจเกี่ยวข้อง เช่น การค้นหา “นิวยอร์ก” ตามด้วยการค้นหา “โรงแรม” สิ่งนี้จะสามารถระบุได้ว่าคุณต้องการค้นหาเกี่ยวกับโรงแรมในนิวยอร์ก เราจะใช้การค้นหาเมื่อเร็วๆ นี้เท่านั้น เพราะจะไม่สมเหตุสมผลหากจะเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างการค้นหาที่มีระยะเวลาห่างกันมาก
อีกวิธีหนึ่งในการปรับเปลี่ยนโฆษณาในการค้นหาในแบบของคุณคือการใช้ ประวัติเว็บ ของ Google ซึ่งจะเก็บบันทึกของการคลิกจาก Google ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ ตัวอย่างเช่น หากเมื่อเร็วๆ นี้ คุณคลิกผลการค้นหาสำหรับเว็บไซต์การเล่นเซิร์ฟ แล้วค้นหา “วันหยุด” สิ่งนี้สามารถระบุได้ว่าคุณสนใจในสถานที่ท่องเที่ยวที่คุณสามารถเล่นเซิร์ฟได้ และคุณอาจเห็นโฆษณาสำหรับการเล่นเซิร์ฟในวันหยุด
ใน Gmail โฆษณาส่วนใหญ่ที่เราแสดงจะปรากฏถัดจากข้อความอีเมลที่เปิด และตรงกับเนื้อหาของอีเมลของคุณ เมื่อเราปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณ เราจะแสดงโฆษณาตามเนื้อหาของอีเมลทั้งหมดของคุณ ตัวอย่างเช่น หากเมื่อเร็วๆ นี้ คุณได้รับข้อความจำนวนมากเกี่ยวกับการถ่ายภาพหรือกล้อง เราอาจแสดงข้อเสนอจากร้านจำหน่ายกล้องในท้องถิ่นกับคุณ
โฆษณาบางรายการเท่านั้นที่ได้รับการปรับเปลี่ยนในแบบของคุณบนการค้นหาของ Google และ Gmail เราปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณเฉพาะเมื่อเราคิดว่า ข้อมูลเพิ่มเติมจะปรับปรุงการเลือกโฆษณาสำหรับคุณ
ด้วยการใช้คุกกี้ DoubleClick YouTube ยังแสดงการโฆษณาตามความสนใจเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องในเว็บไซต์ของตนเช่นกัน หมวดหมู่ความสนใจสามารถระบุได้จากการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณที่ใช้โปรแกรม AdSense เช่นเดียวกับวิดีโอที่คุณชอบดูหรือสิ่งที่คุณทำ (เช่น การอัปโหลด) บน YouTube คุกกี้ DoubleClick จะเชื่อมโยงเบราว์เซอร์ของคุณเข้ากับหมวดหมู่ความสนใจที่สัมพันธ์กันและใช้หมวดหมู่ความสนใจเหล่านี้เพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจ เราจะไม่นำข้อมูลจากบัญชี YouTube หรือบัญชี Google ของคุณไปรวมกับข้อมูลคุกกี้ที่ใช้ในการแสดงโฆษณาตามความสนใจ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ดู การโฆษณาของ YouTube และคุณ
หมวดหมู่ตามความสนใจและข้อมูลประชากรจะพิจารณาจากการเข้าชมไซต์ต่างๆ ที่อยู่ใน เครือข่ายดิสเพลย์ของ Google หรือกิจกรรมในแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ที่ใช้ ID ที่ไม่ระบุตัวตน ด้วยการใช้ Ads Preferences Manager สำหรับเบราว์เซอร์ คุณสามารถแก้ไขค่าที่กำหนดเองของโฆษณาของคุณในเบราว์เซอร์ได้ โดยการเพิ่มหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้องกับคุณ ด้วยการใช้ Ads Preferences Manager สำหรับเบราว์เซอร์ และ แอปพลิเคชัน Ads Preferences Manager สำหรับแอปพลิเคชัน คุณสามารถลบหมวดหมู่ความสนใจที่ไม่เกี่ยวข้องออกและ Google จะไม่ใช้หมวดหมู่ความสนใจนั้นในการแสดงผลโฆษณาตามความสนใจอีกต่อไป นอกจากนี้ คุณยังสามารถเปลี่ยนแปลงหมวดหมู่ข้อมูลประชากรที่เชื่อมโยงกับเบราว์เซอร์ของคุณหรือ ID ที่ไม่ระบุตัวตนได้เช่นกัน เมื่อคุณแก้ไขค่าที่กำหนดเองของโฆษณาของคุณ การตั้งค่าใหม่ของคุณอาจไม่มีผลทันที เนื่องจากต้องอาศัยเวลาในการเปลี่ยนแปลงในระบบของเรา
หากคุณไม่ต้องการรับการโฆษณาตามความสนใจในเว็บเบราว์เซอร์ คุณสามารถคลิกที่ปุ่ม “เลือกไม่ใช้” บน Ads Preferences Manager นอกจากนี้ ขณะที่คุณกำลังเข้าถึงเว็บผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ Google ยังนำเสนอตัวเลือกหลายตัวเลือกในการ บันทึกการตั้งค่าการเลือกไม่ใช้อย่างถาวร ในเบราว์เซอร์ของคุณอีกด้วย หลังจากที่คุณเลือกไม่ใช้แล้ว Google จะไม่รวบรวมข้อมูลหมวดหมู่ความสนใจและคุณจะไม่ได้รับโฆษณาตามความสนใจ คุณยังคงเห็นโฆษณาจำนวนเท่าเดิมดังเช่นก่อนหน้านี้ และ Google อาจยังคงแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องตามเนื้อหาของหน้าเว็บหรือข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคล ตัวอย่างเช่น หากคุณเข้าชมเว็บไซต์การทำสวน Google สามารถพิจารณาเนื้อหาของเว็บไซต์และอาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการทำสวนต่อผู้เข้าชมทั้งหมดโดยไม่มีการใช้คุกกี้ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ เมื่อไรก็ตามที่เราแสดงโฆษณาในการค้นหาโดย Google หรือในเว็บไซต์พันธมิตรของ AdSense สำหรับการค้นหาของเรา โฆษณานั้นอาจยังแสดงผลตามข้อความข้อหาที่คุณป้อน
หากคุณไม่ต้องการรับการโฆษณาตามความสนใจในแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่นๆ ที่ใช้ ID ที่ไม่ระบุตัวตน คุณสามารถเลือกไม่ใช้โดยใช้ตัวจัดการค่ากำหนดที่เหมาะสมได้เสมอ
อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกไม่ใช้การโฆษณาตามความสนใจในแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ
Ads Preferences Manager คือไซต์ของ Google ที่คุณสามารถจัดการการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาที่คุณมองเห็นได้ เป้าหมายของเราคือ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่โปร่งใสและตัวเลือกเกี่ยวกับโฆษณาที่เราแสดงให้กับคุณ
คุกกี้คือข้อความสั้นๆ ที่ถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์และถูกเก็บไว้ในเว็บเบราว์เซอร์ Google ใช้คุกกี้เพื่อให้ประสบการณ์ที่ดีขึ้นแก่ผู้ใช้และเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง เช่นเดียวกับเว็บไซต์และเครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่
Google ใช้คุกกี้ของ DoubleClick บนไซต์ AdSense ไซต์พันธมิตร และบริการ Google บางอย่างเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องมากขึ้นทั่วทั้งเว็บ และจำกัดจำนวนครั้งในการแสดงโฆษณาที่กำหนดแก่คุณ เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ ดูโฆษณา หรือคลิกโฆษณาที่สนับสนุนโดยบริการโฆษณาของ Google เราอาจตั้งค่าคุกกี้บนเบราว์เซอร์ของคุณ คุกกี้ของโฆษณานี้จะปรากฏในเบราว์เซอร์ของคุณว่ามาจากโดเมน “doubleclick.net”
เมื่อมีการตั้งค่าคุกกี้โฆษณาในเบราว์เซอร์ของคุณ คุกกี้จะอนุญาตให้ Google รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโต้ตอบของเบราว์เซอร์ของคุณกับโฆษณาหนึ่งๆ ข้อมูลนี้ได้รับการบันทึกในล็อกในรูปแบบที่คล้ายกับข้อมูลต่อไปนี้:
time: 06/Aug/2008 12:01:32
ad_placement_id: 105
ad_id: 1003
userid: 0000000000000001
client_ip: 123.45.67.89
referral_url: "http://youtube.com/categories"
ฟิลด์ “time” แสดงเวลาที่โฆษณาปรากฏ “ad placement id” และ “ad id” ระบุแคมเปญโฆษณาและโฆษณาเฉพาะเจาะจงที่แสดง “userid” คือคุกกี้โฆษณาแบบรูปภาพที่ระบุเบราว์เซอร์ “client IP” แสดงที่อยู่ Internet Protocol (IP) ของผู้ใช้ “referral URL” ระบุ URL ของหน้าที่แสดงโฆษณา บันทึกของเรายังบันทึกว่าเบราว์เซอร์ของผู้ใช้คลิกหรือมีการโต้ตอบกับโฆษณาหรือไม่
ข้อมูลนี้ช่วยให้ Google แสดงผลโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของคุณ ควบคุมจำนวนครั้งที่คุณเห็นโฆษณาหนึ่งๆ และวัดประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา ผู้ที่ไม่ต้องการเห็นโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องในระดับนี้สามารถเลือกไม่ใช้คุกกี้ของโฆษณาได้ การเลือกไม่ใช้จะมีผลเฉพาะกับเบราว์เซอร์ที่คุณกำลังใช้เมื่อคุณคลิกปุ่ม “เลือกไม่ใช้”
ในการแสดงโฆษณาในแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ซึ่งไม่มีเทคโนโลยีคุกกี้ เราได้ออกแบบ ID ที่ไม่ระบุตัวตนด้วยการเชื่อมโยงรหัสโทรศัพท์ของคุณกับสตริงอักขระที่ไม่มีลักษณะและแบบแผนเฉพาะ ในการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องและสอดคล้องกับความสนใจของคุณ เราอาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของคุณในแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่นๆ ที่ใช้ ID ที่ไม่ระบุตัวตน นอกจากนี้ บางแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่นๆ เหล่านี้อาจใช้ข้อมูลที่ไม่มีการระบุตัวตนของบุคคล เช่น ข้อมูลประชากร เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง
Google Analytics เป็นเครื่องมือวิเคราะห์เว็บฟรีของ Google ซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บให้เข้าใจถึงวิธีการที่ผู้เข้าชมเข้ามาใช้เว็บไซต์ Google Analytics จะรวบรวมข้อมูลโดยไม่ระบุตัวตนซึ่งคล้ายกันมากกับการตรวจสอบรอยเท้าบนผืนทราย ระบบนี้จะรายงานแนวโน้มของเว็บไซต์โดยไม่ระบุตัวตนของผู้เข้าชม Analytics ใช้คุกกี้ของตนเองเพื่อติดตามการติดต่อของผู้เข้าชม คุกกี้มีไว้ใช้สำหรับบันทึกข้อมูล เช่น เวลาเข้าชมในขณะนั้น ผู้เข้าชมเคยเข้ามายังเว็บไซต์นี้แล้วหรือไม่ และเว็บไซต์ใดที่นำผู้เข้าชมไปยังหน้าเว็บ ลูกค้า Google Analytics สามารถดูรายงานต่างๆ เกี่ยวกับวิธีการที่ผู้เข้าชมโต้ตอบกับเว็บไซต์ของลูกค้าเพื่อลูกค้าจะได้สามารถปรับปรุงเว็บไซต์ของตนและการนำเสนอต่อผู้คน แต่ละเว็บไซต์จะใช้คุกกี้ที่ไม่เหมือนกัน และผู้เข้าชมจะไม่ถูกติดตามข้ามเว็บไซต์ Analytics กำหนดให้เว็บไซต์ที่ใช้งาน Analytics ต้องอัปเดตนโยบายส่วนบุคคลเพื่อรวมเอาประกาศที่เปิดเผยการใช้งานทั้งหมดของ Analytics หากคุณต้องการปิดการใช้งานคุกกี้ บางเบราว์เซอร์จะระบุว่าเมื่อใดที่คุกกี้ถูกส่งออกไปได้และอนุญาตให้คุณปฏิเสธคุกกี้ได้เป็นกรณีไป นอกจากการปฏิเสธคุกกี้แล้ว คุณยังสามารถติดตั้งโปรแกรมไม่ใช้ Google Analytics ในเบราว์เซอร์ของคุณได้ ซึ่งจะป้องกัน Google Analytics ไม่ให้เก็บข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
Google ใช้คุกกี้เพื่อช่วยธุรกิจที่ซื้อโฆษณาจาก Google ในการพิจารณาว่ามีผู้ที่คลิกโฆษณาของตนและจบลงด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์กี่ราย คุกกี้ของเครื่องมือวัด Conversion นั้นจะถูกตั้งค่าไว้ในเบราว์เซอร์ของคุณ ก็ต่อเมื่อคุณคลิกโฆษณาที่แสดงโดย Google โดยที่ผู้ลงโฆษณาเลือกใช้เครื่องมือวัด Conversion คุกกี้เหล่านี้จะหมดอายุภายใน 30 วันและจะไม่คงข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนของคุณ หากคุกกี้นี้ยังไม่หมดอายุในขณะที่คุณเข้าชมหน้าเว็บบางหน้าในเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณา Google และผู้ลงโฆษณาจะทราบได้ว่าคุณเคยคลิกที่โฆษณาและเข้ามายังหน้าเว็บดังกล่าวก่อนหน้านี้ ผู้ลงโฆษณาแต่ละรายจะได้รับคุกกี้ที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงไม่สามารถติดตามคุกกี้ข้ามเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาได้ หากคุณต้องการปิดการทำงานของคุกกี้เครื่องมือวัด Conversion คุณสามารถตั้งค่าเบราว์เซอร์ของคุณให้บล็อกคุกกี้จากโดเมน googleadservices.com ได้
Google สแกนข้อความในเนื้อหา Gmail เพื่อกรองสแปมและตรวจจับไวรัส ระบบกรองของ Gmail ยังสแกนคำหลักในอีเมลของผู้ใช้เพื่อนำมาจับคู่และแสดงโฆษณาต่อไป ขั้นตอนทั้งหมดเป็นไปโดยอัตโนมัติและไม่ต้องใช้คนในการจับคู่โฆษณากับเนื้อหาของ Gmail
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์โฆษณาและบริการ ดูได้ที่คำถามที่พบบ่อย: