Google

นโยบายและหลักการ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลในการโฆษณา

  1. Google มีวิธีปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของฉันอย่างไรเมื่อมีการโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง
  2. Google ใช้ข้อมูลใดบ้างเพื่อแสดงโฆษณาให้ฉันดู
  3. การปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณบนการค้นหาโดย Google, Gmail และคุณสมบัติอื่นๆ ของ Google ต้องใช้ข้อมูลใดบ้าง
  4. YouTube ใช้ข้อมูลอะไรบ้างเพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจแก่ฉัน
  5. ฉันสามารถแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาของฉันสำหรับการโฆษณาตามความสนใจได้อย่างไร
  6. ฉันสามารถเลือกไม่รับการโฆษณาตามความสนใจได้อย่างไร
  7. Ads Preferences Manager คืออะไร
  8. Google ใช้คุกกี้ DoubleClick เพื่อแสดงโฆษณาอย่างไร
  9. ตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนคืออะไรและใช้งานกับการแสดงโฆษณาอย่างไร
  10. Google ใช้คุกกี้สำหรับ Google Analytics อย่างไร
  11. Google ใช้คุกกี้สำหรับเครื่องมือวัด Conversion อื่นๆ อย่างไร
  12. ฉันจะแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาสำหรับแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ได้อย่างไร

Google มีวิธีปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของฉันอย่างไรเมื่อมีการโฆษณาเข้ามาเกี่ยวข้อง

เราให้ความสำคัญกับการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลโดยแสดงความชัดเจนเกี่ยวกับประเภทของข้อมูลที่เราเก็บรวบรวมและวิธีที่เราจะใช้ข้อมูลนั้นเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง เราทำให้คุณสามารถดู จัดการ และเลือกไม่รับโฆษณาในแบบของคุณสำหรับบริการมากมายซึ่งมีอยู่ในคุณสมบัติต่างๆ ของ Google ได้อย่างง่ายดาย เช่น การค้นหา ไซต์ AdSense ของบุคคลที่สาม และแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์ของ Google เป็นที่แน่นอนว่าเราจะไม่ขายหรือแบ่งปันข้อมูลส่วนตัวที่บ่งชี้ถึงตัวตนของคุณจากคุกกี้การแสดงโฆษณาให้กับบุคคลที่สามหากไม่ได้รับความยินยอมจากคุณก่อน

Google ใช้ข้อมูลใดบ้างเพื่อแสดงโฆษณาให้ฉันดู

เราแสดงโฆษณาผ่านโปรแกรม AdWords บนเว็บไซต์ของเราเอง และบน Google เครือข่ายดิสเพลย์ นอกจากนี้ เรายังแสดงโฆษณาผ่านโปรแกรม AdSense และ AdMob ของเราบนไซต์และบริการของพันธมิตรซึ่งเป็นบุคคลที่สามด้วย (เช่น แอปพลิเคชัน และไคลเอ็นต์อื่น) เราใช้วิธีการที่หลากหลายเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

สำหรับ Google เครือข่ายดิสเพลย์ และเครือข่าย AdMob เราแสดงโฆษณาโดยอิงจากเนื้อหาไซต์ที่คุณดูหรือแอปพลิเคชันที่คุณกำลังใช้งานบนอุปกรณ์ของคุณ และอาจใช้ข้อมูลจากพันธมิตรอื่นเพื่อกำหนดเป้าหมายโฆษณา ตัวอย่างเช่น หากคุณเข้าชมไซต์เกี่ยวกับการจัดสวน โฆษณาบนไซต์นั้นอาจเกี่ยวข้องกับการจัดสวน นอกจากนี้ เราอาจแสดงโฆษณาตามความสนใจของคุณ ในขณะที่คุณเรียกดูไซต์ของ Google หรือเว็บไซต์ที่เป็นพันธมิตรกับเรา หรือใช้และดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ของคุณ Google อาจวางคุกกี้หรือตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตน (ดูตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนด้านล่าง) ในเบราว์เซอร์หรือบนอุปกรณ์ของคุณเพื่อให้เข้าใจถึงประเภทของหน้าเว็บที่มีการเข้าชม เนื้อหาที่คุณดู หรือแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือของคุณ โดยการอิงตามข้อมูลนี้และ/หรือข้อมูลพันธมิตรที่ไม่ระบุตัวตน Google จะเชื่อมโยงคุกกี้หรือตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนของคุณกับหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้องและใช้หมวดหมู่เหล่านี้เพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจ ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเข้าชมเว็บไซต์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวบ่อยๆ Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวเพิ่มเติม หรือถ้าคุณดาวน์โหลดแอปพลิเคชันเกี่ยวกับกอล์ฟ Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวกับกอล์ฟให้คุณดู Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวกับเนื้อหาไซต์ในประวัติการเข้าชมล่าสุดของคุณให้คุณดู Google สามารถใช้ประเภทของหน้าเว็บที่คุณเข้าชม เนื้อหาที่คุณดู หรือแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ของคุณเพื่ออนุมานข้อมูลประชากรได้อีกด้วย เช่น หมวดหมู่เพศและอายุของคุณ ตัวอย่างเช่น ถ้าไซต์ที่คุณเข้าชมและแอปพลิเคชันที่คุณดาวน์โหลดมีผู้เข้าชมส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง (อิงตามข้อมูลการสำรวจโดยรวมเกี่ยวกับการเข้าชมไซต์และการใช้งานแอปพลิเคชัน) เราอาจเชื่อมโยงคุกกี้และตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนของคุณกับหมวดหมู่ประชากรที่เป็นเพศหญิง

นอกจากโฆษณาตามหมวดหมู่ความสนใจแล้ว Google ยังอนุญาตให้ผู้ลงโฆษณา (รวมทั้ง Google เอง) แสดงโฆษณาโดยอิงจากการโต้ตอบก่อนหน้าของคุณทางออนไลน์หรือในแอปพลิเคชัน เช่น การเข้าชมเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาหรือแอปพลิเคชัน ตัวอย่างเช่น ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันซื้อขายสินค้าของร้านออนไลน์ที่จำหน่ายอุปกรณ์กีฬาอาจได้รับโฆษณาเกี่ยวกับข้อเสนอพิเศษจากร้านนั้นในภายหลัง

Google จะไม่เชื่อมโยงหมวดหมู่ความสนใจที่ละเอียดอ่อนกับคุกกี้หรือตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนของคุณ (เช่น หมวดหมู่เกี่ยวกับเชื้อชาติ ศาสนา รสนิยมทางเพศ สุขภาพ หรือหมวดหมู่ทางการเงินที่มีความละเอียดอ่อน) และจะไม่ใช้หมวดหมู่ดังกล่าวในขณะที่แสดงโฆษณาตามความสนใจแก่คุณ

การปรับเปลี่ยนโฆษณาในแบบของคุณบนการค้นหาโดย Google, Gmail และคุณสมบัติอื่นๆ ของ Google ต้องใช้ข้อมูลใดบ้าง

เมื่อคุณค้นหาบางอย่างบน Google โดยไม่ลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ หน้าผลการค้นหาจะแสดงผลการค้นหาและโฆษณาที่ตรงกับข้อความค้นหาและตำแหน่งในปัจจุบันของคุณ หากเราคิดว่าโฆษณาจะมีความเกี่ยวข้องมากขึ้น เราอาจใช้การค้นหาหัวข้อและโฆษณาที่เกี่ยวข้องล่าสุดที่คุณคลิกเพื่อพิจารณาว่าจะแสดงโฆษณาใด

ในขณะที่คุณลงชื่อเข้าใช้บัญชี Google ของคุณ เราอาจใช้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาว่าจะแสดงโฆษณาใด ตัวอย่างเช่น เราอาจใช้การค้นหาก่อนหน้าครั้งล่าสุดหากเราเห็นว่าการค้นหาอาจเกี่ยวข้องกัน เช่น การค้นหาคำว่า “นิวยอร์ก” ตามด้วยการค้นหาคำว่า “โรงแรม” อาจบ่งชี้ว่าคุณต้องการค้นหาเกี่ยวกับโรงแรมในนิวยอร์ก เราใช้การค้นหาล่าสุดเท่านั้นเนื่องจากโดยทั่วไปแล้วไม่มีประโยชน์อันใดที่เราจะเชื่อมโยงกับการค้นหาที่ผ่านไปนานมากแล้ว

อีกวิธีหนึ่งที่เราสามารถปรับเปลี่ยนโฆษณาในผลการค้นหาให้อยู่ในแบบของคุณได้ก็คือการใช้ประวัติเว็บ Google ของคุณ ตัวอย่างเช่น หากคุณเพิ่งคลิกผลการค้นหาไปยังเว็บไซต์เกี่ยวกับการเล่นกระดานโต้คลื่น แล้วจากนั้นก็ค้นหา “วันหยุดพักผ่อน” แสดงว่าคุณสนใจจุดหมายปลายทางในช่วงวันหยุดที่คุณสามารถเล่นกระดานโต้คลื่นได้ และคุณอาจเห็นโฆษณาเกี่ยวกับวันหยุดพักผ่อนที่คุณสามารถเล่นกระดานโต้คลื่นได้

นอกจากนี้ เราอาจใช้ข้อมูลที่คุณแจ้งให้เราทราบเกี่ยวกับตัวคุณเองเพื่อปรับเปลี่ยนโฆษณาในผลการค้นหาในแบบของคุณ ตัวอย่างเช่น ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจให้โอกาสคุณบอกเราว่าผู้ค้าปลีกรายใดหรือแบรนด์ใดที่คุณชอบจริงๆ และเราสามารถใช้ข้อมูลนั้นเพื่อแสดงโฆษณาเกี่ยวกับผู้ค้าและผลิตภัณฑ์และบริการที่เราคิดว่าคุณอาจจะชอบในภายหลัง

ใน Gmail โฆษณาส่วนใหญ่ที่เราแสดงจะปรากฏถัดจากข้อความอีเมลที่เปิดและสอดคล้องกับเนื้อหาในอีเมลของคุณ เมื่อเราปรับเปลี่ยนโฆษณาให้เป็นแบบของคุณ เราจะแสดงโฆษณาตามเนื้อหาในอีเมลทั้งหมดของคุณ ตัวอย่างเช่น หากเมื่อเร็วๆ นี้คุณได้รับข้อความมากมายเกี่ยวกับการถ่ายภาพหรือกล้องถ่ายรูป เราอาจจะแสดงข้อเสนอจากร้านกล้องถ่ายรูปในท้องถิ่นให้แก่คุณ

คุณไม่สามารถปรับเปลี่ยนโฆษณาบนการค้นหาโดย Google, Gmail และคุณสมบัติอื่นๆ ของ Google ในแบบของคุณได้ทุกๆ โฆษณา เราปรับเปลี่ยนโฆษณาให้เป็นในแบบของคุณเมื่อเราคิดว่าข้อมูลเพิ่มเติมจะช่วยปรับปรุงการเลือกโฆษณาสำหรับคุณเท่านั้น

YouTube ใช้ข้อมูลอะไรบ้างเพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจแก่ฉัน

นอกจากนี้ YouTube ยังสามารถแสดงการโฆษณาตามความสนใจเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องบนไซต์ของตนได้โดยการใช้คุกกี้ DoubleClick หมวดหมู่ความสนใจได้รับการจำแนกตามเว็บไซต์ที่คุณเช้าชมโดยใช้โปรแกรม AdSense ของเรา และตามวิดีโอที่คุณค้นหา ต้องการรับชม หรือคำสั่งที่คุณดำเนินการ (เช่น การอัปโหลด) บน YouTube คุกกี้ DoubleClick เชื่อมโยงเบราว์เซอร์ของคุณกับหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้องและใช้หมวดหมู่เหล่านี้เพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจ เราจะไม่รวมข้อมูลที่ใช้ในการระบุตัวตนซึ่งเป็นข้อมูลส่วนตัวจากบัญชี YouTube หรือบัญชี Google ของคุณกับข้อมูลคุกกี้ที่ใช้เพื่อแสดงการโฆษณาตามความสนใจหากไม่ได้รับความยินยอมจากคุณก่อน หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม ให้ดูการโฆษณาบน YouTube และคุณ

ฉันสามารถแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาของฉันสำหรับการโฆษณาตามความสนใจได้อย่างไร

การจำแนกหมวดหมู่ตามความสนใจและข้อมูลประชากรอ้างอิงจากการเข้าชมไซต์ใน Google เครือข่ายดิสเพลย์หรือบริการหรือแอปพลิเคชันอื่นที่คุณใช้หรือดาวน์โหลด ด้วยการใช้ Ads Preferences Manager สำหรับเบราว์เซอร์ คุณสามารแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาของคุณในเบราว์เซอร์ได้ด้วยการเพิ่มหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้องกับตัวคุณ เมื่อใช้ Ads Preferences Manager สำหรับเบราว์เซอร์ และ Ads Preferences Manager สำหรับแอปพลิเคชัน คุณสามารถนำหมวดหมู่ความสนใจที่ไม่ได้ใช้งานออกไปได้ และ Google จะไม่ใช้หมวดหมู่เหล่านั้นเพื่อแสดงโฆษณาตามความสนใจแก่คุณอีกต่อไป คุณสามารถไปใช้เปลี่ยนหมวดหมู่ข้อมูลประชากรที่เชื่อมโยงกับคุกกี้หรือตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนของคุณได้ เมื่อคุณแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาของคุณ การตั้งค่าใหม่ของคุณอาจไม่มีผลทันทีเนื่องจากระบบของเราต้องใช้เวลาในการประมวลผลการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

ฉันสามารถเลือกไม่รับการโฆษณาตามความสนใจได้อย่างไร

หากคุณไม่ต้องการได้รับการโฆษณาตามความสนใจในเว็บเบราว์เซอร์ คุณสามารถคลิกปุ่ม “เลือกไม่รับ” ที่อยู่บน Ads Preferences Manager ได้เสมอ ในขณะที่คุณกำลังเข้าถึงเว็บผ่านทางเว็บเบราว์เซอร์ Google มอบตัวเลือกในการ บันทึกการตั้งค่าเลือกไม่รับแบบถาวร ในเบราว์เซอร์ให้กับคุณ หลังจากที่คุณเลือกไม่รับ Google จะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับหมวดหมู่ความสนใจ และคุณจะไม่ได้รับโฆษณาตามความสนใจผ่าน Google เมื่อเข้าถึงเว็บทางเว็บเบราว์เซอร์ คุณจะยังคงเห็นโฆษณาในปริมาณเท่าเดิมเหมือนเมื่อก่อน และ Google อาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องโดยอิงตามเนื้อหาหน้าเว็บหรือข้อมูลที่ไม่เป็นส่วนตัวอื่นๆ ตัวอย่างเช่น หากคุณเข้าชมไซต์เกี่ยวกับการจัดสวน Google สามารถกำหนดเนื้อหาไซต์และอาจแสดงโฆษณาที่เกี่ยวกับการจัดสวนไปยังผู้เข้าชมทั้งหมดโดยไม่ต้องใช้คุกกี้ได้อย่างอัตโนมัติ เมื่อใดก็ตามที่เราแสดงโฆษณาบนการค้นหาโดย Google หรือบนไซต์ AdSense สำหรับพันธมิตรการค้นหาของเรา โฆษณาที่แสดงยังอาจอิงตามข้อความค้นหาที่คุณป้อนอยู่

หากคุณไม่ต้องการได้รับโฆษณาตามความสนใจในแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ที่ใช้ตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตน คุณสามารถเลือกไม่รับโดยใช้ตัวจัดการค่ากำหนดที่เหมาะสมได้ตลอดเวลา

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกไม่รับการโฆษณาตามความสนใจในแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่น

Ads Preferences Manager คืออะไร

Ads Preferences Manager เป็นไซต์ของ Google ที่คุณสามารถจัดการการตั้งค่าที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาที่คุณเห็น จุดมุ่งหมายของเราคือการมอบความโปร่งใสและทางเลือกเกี่ยวกับโฆษณาที่เราแสดงแก่คุณ

Google ใช้คุกกี้ DoubleClick เพื่อแสดงโฆษณาอย่างไร

คุกกี้เป็นตัวอย่างข้อมูลที่เป็นข้อความซึ่งถูกส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ของเว็บไซต์และจัดเก็บอยู่บนเว็บเบราว์เซอร์ เช่นเดียวกับเว็บไซต์และเครื่องมือค้นหาส่วนใหญ่ Google ใช้คุกกี้เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ใช้และเพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้อง

Google ใช้คุกกี้ DoubleClick บนไซต์ AdSense ไซต์พันธมิตร และบางบริการของ Google เพื่อแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมบนเว็บและจำกัดจำนวนครั้งที่จะแสดงโฆษณาหนึ่งๆ ให้แก่คุณ เมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์ ดูโฆษณา หรือคลิกโฆษณาที่สนับสนุนโดยบริการโฆษณาของ Google เราอาจตั้งคุกกี้บนเบราว์เซอร์ของคุณได้ คุกกี้ที่เกี่ยวกับการโฆษณานี้จะปรากฏอยู่ในเบราว์เซอร์ของคุณเหมือนกับคุกกี้ที่มาจากโดเมน “doubleclick.net”

เมื่อติดตั้งคุกกี้บนเบราว์เซอร์ของคุณแล้ว Google จะสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการโต้ตอบของเบราว์เซอร์ของคุณกับโฆษณาหนึ่งๆ ได้ ข้อมูลนี้จะได้รับการบันทึกไว้ในบันทึกที่มีลักษณะเช่นนี้:

time: 06/Aug/2008 12:01:32
ad_placement_id: 105
ad_id: 1003
userid: 0000000000000001
client_ip: 123.45.67.89
referral_url: "http://youtube.com/categories"

ฟิลด์ “เวลา” แสดงเวลาที่แสดงโฆษณา ฟิลด์ “รหัสตำแหน่งโฆษณา” และ “รหัสโฆษณา” ระบุชี้ถึงแคมเปญโฆษณาและโฆษณาเฉพาะเจาะจงที่แสดง “รหัสผู้ใช้” เป็นคุกกี้โฆษณาแบบดิสเพลย์ที่ระบุชี้ถึงเบราว์เซอร์ “IP ของไคลเอ็นต์” หมายถึงที่อยู่อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (IP) ของผู้ใช้ “URL ที่อ้างอิง” แสดงถึง URL ของหน้าเว็บที่แสดงโฆษณา บันทึกของเรายังบันทึกด้วยว่าเบราว์เซอร์ของผู้ใช้มีการคลิกหรือโต้ตอบกับโฆษณาหรือไม่

ข้อมูลนี้ช่วยให้ Google สามารถแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับความสนใจของคุณ ควบคุมจำนวนครั้งที่คุณจะเห็นโฆษณาหนึ่งๆ และวัดความมีประสิทธิภาพของแคมเปญโฆษณา ผู้ที่ไม่ต้องการเห็นโฆษณาที่มีความเกี่ยวข้องในระดับนี้สามารถเลือกไม่รับได้ การเลือกไม่รับนี้ใช้ได้เฉพาะกับเบราว์เซอร์ที่คุณกำลังใช้งานอยู่ในขณะคลิกปุ่ม “เลือกไม่รับ” เท่านั้น

ตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนคืออะไรและใช้งานกับการแสดงโฆษณาอย่างไร

สำหรับการแสดงโฆษณาในบริการที่อาจไม่มีเทคโนโลยีคุกกี้ให้ใช้งาน (ตัวอย่างเช่น ในแอปพลิเคชันหรือไคลเอ็นต์อื่น) เราอาจใช้ตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตน สำหรับการแสดงโฆษณาที่เกี่ยวข้องและถูกปรับแต่งตามความสนใจของคุณ เราอาจใช้ข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมของคุณในบริการเหล่านี้และข้อมูลสำหรับการระบุตัวตนที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนตัว เช่น ข้อมูลประชากร

แอปพลิเคชันบนมือถืออาจเข้าถึงตัวชี้อุปกรณ์ของคุณ และอาจส่งผ่านตัวชี้นี้ไปให้ Google เมื่อคุณใช้แอปพลิเคชันที่แสดงโฆษณา AdSense หรือ AdMob ของ Google ไม่ว่าเราจะได้รับตัวชี้อุปกรณ์ของคุณหรือไม่ก็ตาม เราจะเชื่อมโยงข้อมูลกับตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนโดยตรงเท่านั้น ไม่ใช่กับตัวชี้อุปกรณ์ ในกรณีที่เราได้รับตัวชี้อุปกรณ์ของคุณ ตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนจะถูกสร้างขึ้นโดยเชื่อมโยงกับอุปกรณ์ของคุณ ซึ่งจะทำให้คุณสามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากคุณสามารถเลือกรีเซ็ตหรือปิดใช้งานตัวชี้ที่ไม่ระบุตัวตนในเวลาได้ก็ได้ ซึ่งแตกต่างจากตัวชี้อุปกรณ์ที่คุณไม่สามารถเปลี่ยนหรือลบได้

Google ใช้คุกกี้สำหรับ Google Analytics อย่างไร

Google Analytics เป็นเครื่องมือการวิเคราะห์เว็บของ Google ที่ใช้งานได้ฟรีซึ่งช่วยให้เจ้าของเว็บไซต์เข้าใจได้ว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์มีส่วนร่วมกับเว็บไซต์ของตนอย่างไร Google Analytics รวบรวมข้อมูลโดยไม่ระบุตัวตน จึงเปรียบเสมือนการตรวจสอบรอยเท้าในผืนทรายเสียมากกว่า เพราะ Google Analytics รายงานแนวโน้มของเว็บไซต์โดยไม่ระบุตัวตนของผู้เข้าชมแต่ละราย Analytics ใช้ชุดคุกกี้ของตัวเองเพื่อติดตามการโต้ตอบของผู้เข้าชม คุกกี้เหล่านี้ใช้เพื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆ เช่น เวลาที่มีการเข้าชมปัจจุบัน ผู้เข้าชมเคยเข้าไปที่ไซต์มาก่อนหรือไม่ และไซต์ใดที่นำผู้เข้าชมมายังหน้าเว็บนี้ ลูกค้า Google Analytics สามารถดูรายงานจำนวนมากมายเกี่ยวกับวิธีที่ผู้เข้าชมโต้ตอบกับเว็บไซต์เพื่อปรับปรุงเว็บไซต์ของตน และปรับปรุงวิธีที่จะทำให้คนทั่วไปสามารถเจอเว็บไซต์ของตนได้ ชุดคุกกี้ที่ต่างกันมีไว้สำหรับเว็บไซต์ที่ต่างกัน และผู้เข้าชมจะไม่ถูกตรวจวัดข้ามไซต์ที่ต่างกัน ลูกค้า Analytics จำเป็นต้องแจ้งให้ผู้ใช้ทราบวิธีใช้งานซอฟต์แวร์การวิเคราะห์ของตน เมื่อต้องการปิดใช้งานคุกกี้ประเภทนี้ บางเบราว์เวอร์จะแจ้งว่าได้ส่งคุกกี้ไปเมื่อใดและอนุญาตให้คุณปฏิเสธที่จะใช้งานคุกกี้เป็นกรณีๆ ไป นอกจากการปฏิเสธที่จะใช้งานคุกกี้แล้ว คุณยังสามารถติดตั้งส่วนเสริมการเลือกไม่รับ (Opt-out Add-on) ของ Google Analytics ในเบราว์เซอร์ของคุณเพื่อป้องกันไม่ให้ Google Analytics เก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ

เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับส่วนเสริมการเลือกไม่รับในเบราว์เซอร์ (Opt-out Browser Add-on) ของ Google Analytics และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ของ Google Analytics

Google ใช้คุกกี้สำหรับเครื่องมือวัด Conversion อื่นๆ อย่างไร

เป็นยิ่งกว่าคุกกี้ Google Analytics และคุกกี้ DoubleClick เสียอีก เพราะ Google ใช้คุกกี้เพื่อช่วยให้ธุรกิจที่ซื้อโฆษณาจาก Google สามารถชี้วัดได้ว่ามีคนจำนวนเท่าไรที่คลิกโฆษณาของตนแล้วลงเอยด้วยการซื้อผลิตภัณฑ์ของตนด้วย คุกกี้ของเครื่องมือวัด Conversion จะถูกติดตั้งในเบราว์เซอร์ของคุณเฉพาะเมื่อคุณคลิกโฆษณาที่แสดงโดย Google ที่ผู้ลงโฆษณาเลือกใช้เครื่องมือวัด Conversion เท่านั้น คุกกี้เหล่านี้จะหมดอายุภายใน 30 วัน และไม่มีข้อมูลส่วนตัวใดที่บ่งชี้ถึงตัวคุณ หากคุกกี้นี้ยังไม่หมดอายุในขณะที่คุณเข้าชมบางหน้าเว็บในเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณานั้น Google และผู้ลงโฆษณาจะสามารถรู้ได้ว่าคุณคลิกโฆษณาและเลือกไปที่หน้าเว็บนั้น ผู้ลงโฆษณาแต่ละรายได้รับคุกกี้ที่แตกต่างกัน ดังนั้น จึงไม่สามารถวัดคุกกี้ข้ามผ่านเว็บไซต์ของผู้ลงโฆษณาได้ หากคุณต้องการปิดใช้งานคุกกี้เครื่องมือวัด Conversion คุณสามารถตั้งค่าให้เบราว์เซอร์ของคุณบล็อกคุกกี้จากโดเมน googleadservices.com

นอกจากนี้ ในปัจจุบันนี้ยังไม่มีการตั้งค่าคุกกี้ต่อโดเมนใน iOS และเบราว์เซอร์มือถือที่ใช้แอนดรอยด์ คุณจึงต้องปิดใช้งานคุกกี้ทั้งหมดเพื่อเลือกไม่ใช้เครื่องมือวัด Conversion บนมือถือ

ฉันจะแก้ไขค่ากำหนดโฆษณาสำหรับแอปพลิเคชันและไคลเอ็นต์อื่นๆ ได้อย่างไร

คุณสามารถใช้ Ads Preferences Manager สำหรับแอปพลิเคชันในการแก้ไขหมวดหมู่ความสนใจที่เกี่ยวข้อง รีเซ็ตค่ากำหนดโฆษณาของคุณ หรือเลือกไม่รับโฆษณาตามความสนใจในโทรศัพท์มือถือของคุณได้

หากต้องการเปลี่ยนค่ากำหนด เพียงทำตามคำแนะนำสำหรับโทรศัพท์มือถือของคุณด้านล่างนี้

แอนดรอยด์

  1. เปิด แอนดรอยด์มาร์เก็ต ในอุปกรณ์ของคุณ
  2. กด เมนู แล้วเลือก การตั้งค่า

iOS

  1. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Google Search หรือสแกนโค้ด QR ด้านบนด้วยโทรศัพท์มือถือของคุณ
  2. เปิดหน้า การตั้งค่า ของแอปพลิเคชัน Google Search ที่ดาวน์โหลดมา

ค่ากำหนดโฆษณาแอปพลิเคชันสำหรับมือถือของคุณอาจถูกนำไปใช้กับ “โฆษณาโดย Google” ในเว็บเบราว์เซอร์ของคุณและในทางกลับกันด้วย หากต้องการจัดการค่ากำหนดโฆษณาของคุณสำหรับ “โฆษณาโดย Google” ที่คุณเห็นในเบราว์เซอร์ ให้ไปที่ Ads Preferences Manager สำหรับเบราว์เซอร์