ประกาศเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของ Google Chrome

เก็บถาวร: 20 มีนาคม 2012

ข้อมูลที่เก็บถาวรของ Chrome:   ดูนโยบายส่วนบุคคลปัจจุบัน | ฉบับ 20/03/2012 | ฉบับ 08/02/2012 | ฉบับ 13/12/2011 | ฉบับ 25/10/2011 | ฉบับ 02/05/2011 | ฉบับ 15/10/2010 | ฉบับ 04/05/2010 | ฉบับ 09/02/2010 | ฉบับ 08/12/2009 | ฉบับ 29/10/2009 | ฉบับ 04/06/2009

ข้อมูลที่เก็บถาวรของ Chrome OS:   รุ่น 05/30/2011 | รุ่น 05/03/2011

นโยบายส่วนบุคคลของ Google จะอธิบายถึงวิธีที่เราดำเนินการกับข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อคุณใช้ผลิตภัณฑ์และบริการของ Google ซึ่งรวมถึงเมื่อคุณใช้เบราว์เซอร์ Chrome และ Chrome OS เพื่อเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการดังกล่าวด้วย

ประกาศเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของ Google Chrome นี้จะให้รายละเอียดของหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Chrome โดยเฉพาะ ซึ่งรวมถึงเบราว์เซอร์ Chrome, Chrome Frame, Chrome OS และ Safe Browsing คุณลักษณะบางอย่างที่อธิบายไว้ในประกาศเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลพร้อมใช้งานในเว็บเบราว์เซอร์อื่นๆ ด้วยเช่นกัน (เช่น คุณอาจเลือกที่จะเรียกใช้คุณลักษณะ Chrome Frame ใน Microsoft Internet Explorer หรือใช้คุณลักษณะ Safe Browsing ใน Mozilla Firefox ได้) ดังนั้น โปรดจำไว้ว่าคุณควรอ่านนโยบายส่วนบุคคลของเบราว์เซอร์ที่มีคุณลักษณะดังกล่าวทำงานอยู่ด้วย

ทั้งนี้ คุณลักษณะบางอย่างที่ระบุไว้ในประกาศเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลจะมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ของ Chrome ไม่ครบทุกผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจ เราจะใช้คำว่า “Chrome” เพื่ออ้างถึงผลิตภัณฑ์แต่ละรายการภายในกลุ่มผลิตภัณฑ์ของ Chrome ซึ่งประกอบด้วยเบราว์เซอร์ Chrome (เนื่องจากใช้งานกับอุปกรณ์ประมวลผลและระบบปฏิบัติการได้ทั้งหมด), Chrome Frame และ Chrome OS (เนื่องจากใช้งานกับแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ได้ทั้งหมด) เนื่องจากผลิตภัณฑ์ Chrome แต่ละรายการทำงานในลักษณะที่แตกต่างกัน เราจะเน้นการทำงานนั้นให้เห็นอย่างเด่นชัด

Google จะแจ้งให้คุณทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสำคัญใดๆ ในนโยบายนี้ และคุณจะมีทางเลือกในการใช้งาน Chrome ในลักษณะที่ไม่มีการส่งข้อมูลที่สามารถใช้ระบุตัวบุคคลใดๆ มายัง Google หรือมีทางเลือกในการนำข้อมูลของคุณออกและยุติการใช้งานได้ตลอดเวลา

สำหรับคู่มือแบบเป็นขั้นตอนเพื่อช่วยจัดการค่ากำหนดสำหรับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ ให้อ่านคู่มือของเราเรื่องเบราว์เซอร์, Google Chrome, ความเป็นส่วนตัว และคุณ

ข้อมูลที่ Google ได้รับเมื่อคุณใช้ Chrome

คุณไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลระบุตัวบุคคลใดๆ เพื่อใช้งาน Chrome

เมื่อคุณใช้เบราว์เซอร์ใดๆ ซึ่งรวมถึง Chrome ในการติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์ของ Google โดยค่าเริ่มต้นแล้ว Google จะได้รับข้อมูลบันทึกมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงที่อยู่ IP สำหรับระบบของคุณและคุกกี้อย่างน้อยหนึ่งรายการ คุณสามารถกำหนดค่าเบราว์เซอร์ Chrome และ Chrome OS ไม่ให้ยอมรับคุกกี้จาก Google หรือไซต์อื่นๆ ได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าคุกกี้และข้อมูลของไซต์ในเบราว์เซอร์ Chrome และ Chrome OS

หากคุณใช้ Chrome เพื่อเข้าถึงบริการอื่นๆ ของ Google เช่น การใช้เครื่องมือค้นหาบนหน้าแรกของ Google หรือตรวจสอบอีเมลใน Gmail การที่คุณกำลังใช้ Chrome อยู่นั้นไม่ได้ทำให้ Google ได้รับข้อมูลระบุตัวบุคคลเพิ่มเติมหรือข้อมูลพิเศษใดๆ เกี่ยวกับคุณ

นอกจากนี้ คุณลักษณะบางอย่างของ Chrome อาจส่งข้อมูลเพิ่มเติมที่จำกัดไปยัง Google หรือเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณ:

  • หากคุณใช้คุณลักษณะผู้ใช้หลายคนของเบราว์เซอร์ Chrome คุณสามารถตั้งค่าสำเนาเบราว์เซอร์ Chrome ที่ปรับเปลี่ยนในแบบของแต่ละคนสำหรับผู้ใช้ที่ใช้อุปกรณ์ประมวลผลเครื่องเดียวกันได้ การทำงานนี้ไม่ได้ปกป้องข้อมูลของคุณจากบุคคลอื่นที่ใช้อุปกรณ์ของคุณ ดังนั้นผู้ใช้ที่สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ของคุณได้จึงสามารถดูข้อมูลทั้งหมดในทุกโปรไฟล์ได้ หากคุณต้องการป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเห็นข้อมูลของคุณจริงๆ ให้ใช้บัญชีผู้ใช้ที่สร้างขึ้นในระบบปฏิบัติการของคุณ
  • หากคุณเลือก Google เป็นเครื่องมือค้นหาของคุณ Chrome จะติดต่อ Google เมื่อเริ่มทำงานหรือเมื่อคุณเปลี่ยนเครือข่าย ทั้งนี้เพื่อกำหนดที่อยู่เว็บท้องถิ่นที่ดีที่สุดสำหรับการส่งข้อความค้นหา เมื่อคุณพิมพ์ URL หรือข้อความค้นหาลงในแถบที่อยู่ของ Chrome (แถบอเนกประสงค์) ตัวอักษรที่คุณพิมพ์จะถูกส่งไปยังเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณ ดังนั้น คุณลักษณะการคาดคะเนของเครื่องมือค้นหาจึงสามารถแนะนำข้อความหรือ URL ที่คุณอาจกำลังค้นหาอยู่ได้โดยอัตโนมัติ หากคุณยอมรับ URL หรือการค้นหาที่คาดคะเนไว้ Chrome จะส่งข้อมูลนั้นจากเบราว์เซอร์ไปยังเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณเช่นกัน เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดใช้งานการคาดคะเนของเซิร์ฟเวอร์ในแถบอเนกประสงค์
  • หากคุณใช้คุณลักษณะค้นหาทันใจของ Chrome และเครื่องมือค้นหาเริ่มต้นของคุณสนับสนุนคุณลักษณะดังกล่าว ผลการค้นหาและการคาดคะเนในบรรทัดจะปรากฏขึ้นทันทีขณะที่คุณพิมพ์ในแถบที่อยู่ ผลการค้นหาจะถูกดึงขึ้นมาขณะที่คุณพิมพ์ในแถบที่อยู่ ข้อความที่คุณพิมพ์จึงอาจจะถูกเก็บบันทึกไว้เป็นข้อความค้นหา สำหรับตัวอย่างบางส่วนที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับนโยบายการบันทึกข้อมูลของ Google สำหรับ Chrome ค้นหาทันใจ ให้ดูบทความ “นโยบายการบันทึกข้อมูลสำหรับ Chrome ค้นหาทันใจ” ในศูนย์ช่วยเหลือ
  • หากคุณเข้าไปที่ URL ที่ไม่มีอยู่จริง Chrome อาจส่ง URL นั้นมายัง Google เพื่อให้เราสามารถช่วยคุณค้นหา URL ที่คุณต้องการได้ เรายังอาจใช้ข้อมูลนี้ในลักษณะที่เป็นการรวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้เว็บรายอื่นๆ เช่น เพื่อแจ้งให้ทราบว่าไซต์อาจไม่สามารถใช้การได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดใช้งานคำแนะนำเกี่ยวกับข้อผิดพลาดในการนำทาง
  • Chrome จะติดต่อกับ Google เพื่อตรวจหาการอัปเดตโดยอัตโนมัติ เบราว์เซอร์ Chrome ในแต่ละสำเนาจะมีหมายเลขการติดตั้งชั่วคราวแบบสุ่มซึ่งจะถูกส่งมายัง Google เมื่อคุณติดตั้งและใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในครั้งแรก หมายเลขชั่วคราวจะถูกลบทันทีในครั้งแรกที่ Chrome ตรวจหาการอัปเดตโดยอัตโนมัติ หากคุณได้รับสำเนาเบราว์เซอร์ Chrome ที่เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญส่งเสริมการขาย เบราว์เซอร์อาจสร้างแท็กส่งเสริมการขายทั่วไปซึ่งจะส่งให้ Google เมื่อทำการค้นหาด้วย Google และอาจสร้างโทเค็นเฉพาะซึ่งจะส่งให้ Google เมื่อคุณเรียกใช้เบราว์เซอร์เป็นครั้งแรกหลังการติดตั้ง ถอนการติดตั้ง หรือเปิดใช้งานอีกครั้ง
  • ในระหว่างการตั้งค่าอุปกรณ์เป็นครั้งแรก Chrome OS จะติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์องค์กรของ Google โดยอัตโนมัติ เพื่อรับรายการหมายเลขซีเรียลที่ถูกแฮชไว้สำหรับอุปกรณ์ Chrome OS ซึ่งได้รับการกำหนดค่าโดยผู้ดูแลระบบขององค์กรเพื่อตั้งค่าเป็นอุปกรณ์ขององค์กรในระหว่างการลงชื่อเข้าใช้อุปกรณ์ครั้งแรก คำขอที่ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์องค์กรของ Google จะมีส่วนหนึ่งของแฮชของหมายเลขซีเรียลอุปกรณ์รวมอยู่ด้วย
  • Chrome OS จะติดต่อกับเซิร์ฟเวอร์องค์กรของ Google โดยอัตโนมัติในทุกครั้งที่ผู้ใช้ลงชื่อเข้าใช้ด้วยชื่อผู้ใช้ที่ไม่ได้ลงท้ายด้วย @gmail.com หรือ @googlemail.com เซิร์ฟเวอร์องค์กรของ Google จะแจ้งให้ Chrome OS ทราบว่าอุปกรณ์หรือผู้ใช้เกี่ยวข้องกับบัญชีองค์กรหรือไม่ และมีนโยบายองค์กรที่ควรบังคับใช้หรือไม่ Chrome OS จะตรวจหาการอัปเดตเป็นระยะตามนโยบายเหล่านี้
  • หากคุณลงชื่อเข้าใช้เบราว์เซอร์ Chrome หรือ Chrome OS การดำเนินการดังกล่าวจะเปิดใช้งานคุณลักษณะการซิงค์ Google จะจัดเก็บข้อมูลบางอย่าง เช่น บุ๊กมาร์ก ประวัติ และการตั้งค่าอื่นๆ บนเซิร์ฟเวอร์ของ Google ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับบัญชีผู้ใช้ Google ของคุณ ข้อมูลที่จัดเก็บพร้อมกับบัญชีของคุณจะได้รับการปกป้องโดยนโยบายส่วนบุคคลของ Google เราจำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลนี้ไว้เพื่อให้พร้อมใช้งานแก่คุณสำหรับอินสแตนซ์อื่นๆ ของ Chrome ที่คุณเลือกลงชื่อเข้าใช้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อมูลเฉพาะที่คุณอาจเลือกในการซิงค์ และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดใช้งานคุณลักษณะการซิงค์ของ Chrome ในเบราว์เซอร์ Chrome
  • หากคุณใช้คุณลักษณะแปลภาษาของ Chrome ข้อความที่คุณต้องการให้แปลจะถูกส่งไปยัง Google เพื่อทำการแปล
  • หากคุณใช้คุณลักษณะตรวจการสะกดของ Chrome ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถใช้เทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในการค้นหาโดย Google เพื่อตรวจสอบการสะกดได้ คุณลักษณะนี้จะส่งข้อความที่คุณพิมพ์ไปยัง Google เพื่อรับคำแนะนำในการสะกดและไวยากรณ์
  • หากคุณใช้คุณลักษณะนำเข้าข้อมูลด้วยเสียงพูดของ Chrome ข้อมูลต่อไปนี้จะถูกส่งไปยัง Google ได้แก่ เสียงพูดข้อความค้นหาที่ได้รับการบันทึกไว้ ภาษาของเบราว์เซอร์ที่เป็นค่าเริ่มต้น และการตั้งค่าไวยากรณ์ในหน้าเว็บที่คุณใช้การนำเข้าข้อมูลด้วยเสียงพูดอยู่ Google จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อแปลงเสียงที่บันทึกไว้เป็นข้อความ หากคุณเปิดใช้งานสถิติการใช้งานและรายงานข้อขัดข้อง และคุณใช้คุณลักษณะนำเข้าข้อมูลด้วยเสียงพูด ข้อมูลเพิ่มเติมจะถูกส่งไปยัง Google ข้อมูลนี้ประกอบด้วย URL ของเว็บไซต์ที่ใช้การนำเข้าข้อมูลด้วยเสียงพูด ระบบปฏิบัติการของคุณ และข้อมูลผู้ผลิตรวมถึงรุ่นของอุปกรณ์ประมวลผลและฮาร์ดแวร์เสียงที่คุณใช้งาน
  • หากคุณใช้คุณลักษณะป้อนอัตโนมัติของ Chrome ซึ่งจะกรอกฟอร์มบนเว็บให้คุณโดยอัตโนมัติตามฟอร์มที่คล้ายคลึงกันที่คุณเคยกรอกก่อนหน้านี้ Chrome จะส่งข้อมูลที่มีขนาดจำกัดไปยัง Google ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับหน้าเว็บที่มีฟอร์มดังกล่าว รวมทั้ง URL ที่แฮชของหน้าเว็บ ตลอดจนรายละเอียดของโครงสร้างของฟอร์มนั้น เพื่อที่เราจะสามารถปรับปรุงบริการป้อนอัตโนมัติสำหรับฟอร์มบนเว็บนี้ แม้ข้อมูลที่ Chrome ส่งอาจรวมถึงข้อเท็จจริงที่คุณได้พิมพ์ลงในแบบฟอร์ม แต่ข้อความจริงๆ ที่คุณพิมพ์ลงในฟิลด์จะไม่ถูกส่งไปยัง Google เว้นแต่คุณจะเลือกเก็บข้อมูลนั้นในบัญชีผู้ใช้ Google ของคุณโดยใช้คุณลักษณะการซิงค์ของ Chrome
  • หากคุณใช้คุณลักษณะตำแหน่งของ Chrome ซึ่งจะช่วยให้คุณสามารถแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งของคุณกับเว็บไซต์หนึ่งๆ ได้ Chrome จะส่งข้อมูลเครือข่ายท้องถิ่นไปยังบริการแสดงตำแหน่งของ Google เพื่อรับข้อมูลตำแหน่งโดยประมาณ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการแสดงตำแหน่งของ Google และการเปิดหรือปิดใช้งานคุณลักษณะตำแหน่งภายใน Google Chrome ข้อมูลเครือข่ายท้องถิ่นประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเราเตอร์ WiFi ที่อยู่ใกล้กับคุณที่สุดรหัสโทรศัพท์มือถือของหอสัญญาณโทรศัพท์มือถือที่อยู่ใกล้กับคุณที่สุด ความแรงของ WiFi หรือสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และที่อยู่ IP ที่กำหนดให้กับอุปกรณ์ของคุณในขณะนั้น (ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของอุปกรณ์ของคุณ) เราใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อระบุตำแหน่งและดำเนินการ สนับสนุน และปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของ Chrome และบริการแสดงตำแหน่งของ Google ข้อมูลที่เก็บรวบรวมดังกล่าวจะไม่มีการเปิดเผยแหล่งที่มาและถูกรวบรวมไว้ด้วยกันก่อนที่ Google จะนำไปใช้เพื่อพัฒนาคุณลักษณะหรือผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ขึ้น หรือปรับปรุงคุณภาพโดยรวมของผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ของ Google
  • หากคุณพยายามเชื่อมต่อกับเว็บไซต์ของ Google โดยใช้การเชื่อมต่อที่ปลอดภัย แต่เบราว์เซอร์บล็อกการเชื่อมต่อเนื่องจากข้อมูลระบุว่าคุณกำลังถูกโจมตีจากใครบางคนในเครือข่ายนั้น (“การโจมตีโดยบุคคลที่อยู่ตรงกลาง”) Chrome อาจส่งข้อมูลเกี่ยวกับการเชื่อมต่อนั้นไปยัง Google เพื่อช่วยระบุขอบเขตของการโจมตีและวิธีการโจมตี
  • คุณสามารถเลือกส่งสถิติการใช้งานและรายงานข้อขัดข้องไปยัง Google ได้ คุณสามารถจัดการการตั้งค่านี้ภายในหน้าค่ากำหนดของ Chrome เนื่องจากผู้ใช้ Chrome OS สถิติการใช้งาน และรายงานข้อขัดข้องจะถูกเปิดใช้งานโดยค่าเริ่มต้น การตั้งค่านี้จะนำไปใช้กับผู้ใช้ทั้งหมดสำหรับการติดตั้ง Chrome ที่มีให้ สถิติการใช้งานและรายงานข้อขัดข้องสามารถช่วยเราวินิจฉัยปัญหา ทำให้เข้าใจวิธีการที่ผู้ใช้ติดต่อกับ Chrome และช่วยเราปรับปรุงประสิทธิภาพของ Chrome Chrome จะพยายามหลีกเลี่ยงการส่งข้อมูลที่ระบุถึงตัวคุณ อย่างไรก็ตาม รายงานข้อขัดข้องอาจมีข้อมูลจากไฟล์ แอปพลิเคชัน และบริการต่างๆ ที่กำลังทำงานอยู่ในขณะที่เกิดอาการขัดข้องนั้น เราอาจแบ่งปันข้อมูลที่ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งรวบรวมไว้จากการวิเคราะห์ของเรา เช่น ความถี่ในการเกิดการขัดข้องบางประเภท ให้กับบุคคลที่สาม

ข้อมูลที่ Google ได้รับเมื่อคุณใช้คุณลักษณะ Safe Browsing บน Chrome หรือเบราว์เซอร์อื่นๆ

Google Chrome และเบราว์เซอร์บางประเภทของบุคคลที่สาม (รวมถึง Mozilla Firefox and Apple Safari บางรุ่น) จะมีคุณลักษณะ Safe Browsing ของ Google อยู่ Safe Browsing จะส่งและรับข้อมูลระหว่างเบราว์เซอร์ที่คุณกำลังใช้กับเซิร์ฟเวอร์ของ Google เกี่ยวกับเว็บไซต์ที่น่าสงสัย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเข้าชมไซต์ที่สงสัยว่าจะเป็นฟิชชิงหรือไซต์มัลแวร์

เบราว์เซอร์ของคุณจะติดต่อเซิร์ฟเวอร์ของ Google เป็นระยะเพื่อดาวน์โหลดรายการ “Safe Browsing” ล่าสุด ที่มีไซต์มัลแวร์และฟิชชิงซึ่งเป็นที่รู้จักแล้ว Google ไม่ได้รวบรวมข้อมูลบัญชีใดๆ หรือข้อมูลที่ระบุตัวตนอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการติดต่อนี้ แต่จะรับข้อมูลบันทึกมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงที่อยู่ IP และคุกกี้อย่างน้อยหนึ่งรายการ สำเนาล่าสุดของรายการจะถูกจัดเก็บไว้ภายในระบบของคุณ

แต่ละไซต์ที่คุณเข้าชมจะถูกตรวจสอบกับรายการ Safe Browsing ในระบบของคุณ หากมีรายการตรงกัน เบราว์เซอร์ของคุณก็จะส่งสำเนาบางส่วนที่แฮชของ URL ของไซต์นั้นมายัง Google เพื่อให้ Google สามารถส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปยังเบราว์เซอร์ของคุณได้ Google ไม่สามารถระบุ URL จริงจากข้อมูลนี้ได้ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานดังกล่าว

นอกจากนี้คุณลักษณะ Safe Browsing ต่อไปนี้ยังเป็นคุณลักษณะเฉพาะสำหรับ Chrome ด้วย:

  • Chrome บางรุ่นจะมีเทคโนโลยี Safe Browsing ที่สามารถระบุไซต์และการดาวน์โหลดไฟล์ปฏิบัติการที่อาจเป็นอันตรายซึ่ง Google ยังไม่รู้จัก ข้อมูลเกี่ยวกับการดาวน์โหลดไฟล์ปฏิบัติการหรือไซต์ที่อาจเป็นอันตราย (รวมถึง URL แบบเต็มของไซต์หรือการดาวน์โหลดไฟล์ปฏิบัติการ) อาจถูกส่งมายัง Google เพื่อช่วยในการพิจารณาว่าไซต์หรือการดาวน์โหลดนั้นเป็นอันตรายหรือไม่ Google ไม่ได้รวบรวมข้อมูลบัญชีใดๆ หรือข้อมูลที่ระบุตัวตนอื่นๆ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการติดต่อนี้ แต่จะรับข้อมูลบันทึกมาตรฐาน ซึ่งรวมถึงที่อยู่ IP, URL ที่เข้าชม และคุกกี้อย่างน้อยหนึ่งรายการ
  • คุณสามารถเลือกที่จะส่งข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อช่วยปรับปรุง Safe Browsing เมื่อคุณเข้าถึงไซต์ที่พบว่ามีมัลแวร์อยู่ได้ ข้อมูลนี้จะถูกส่งเมื่อคุณปิดหรือออกจากหน้าคำเตือนของ Safe Browsing รายงานจะประกอบด้วยข้อมูล เช่น URL และเนื้อหาของเว็บไซต์ รวมทั้ง URL ของหน้าที่จะนำคุณไปยังไซต์นั้น ซึ่ง Google สามารถนำมาใช้ในการตรวจสอบว่าไซต์นั้นยังคงมีเนื้อหาที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ใช้หรือไม่
  • หากสถิติการใช้งานถูกเปิดใช้งานใน Chrome และเราคิดว่าอาจเป็นอันตราย ข้อมูลเพิ่มเติมบางอย่างจะถูกแบ่งปันกับ Google ซึ่งรวมถึง URL แบบเต็มที่คุณเข้าชม ส่วนหัว “อ้างอิง” ที่ส่งไปยังหน้าเว็บนั้น และ URL ที่ตรงกับรายการ Safe Browsing
  • คุณสามารถเลือกปิดใช้งานคุณลักษณะ Safe Browsing ได้ทุกเมื่อภายใน Chrome

ข้อมูลที่ผู้ให้บริการเว็บไซต์ได้รับเมื่อคุณเข้าชมเว็บไซต์โดยใช้ Chrome

ไซต์ที่คุณเข้าชมโดยใช้ Chrome จะได้รับข้อมูลบันทึกมาตรฐานโดยอัตโนมัติเช่นเดียวกับที่ Google ได้รับ ไซต์เหล่านี้อาจตั้งค่าคุกกี้ของตนหรือเก็บข้อมูลของไซต์ไว้ในระบบของคุณ คุณสามารถจำกัดคุกกี้และข้อมูลอื่นๆ ของไซต์ในหน้าค่ากำหนดของ Chrome ได้

หากคุณเปิดใช้งานคุณลักษณะคาดคะเนการทำงานของเครือข่ายของ Chrome และไปที่หน้าเว็บหนึ่งๆ Chrome อาจตรวจค้นที่อยู่ IP ของทุกลิงก์บนหน้าเว็บนั้น แล้วเปิดการเชื่อมต่อเครือข่ายเพื่อให้การโหลดหน้าเว็บต่างๆ รวดเร็วยิ่งขึ้น ไซต์ยังสามารถใช้เทคโนโลยีการแสดงผลล่วงหน้าเพื่อโหลดลิงก์ที่คุณอาจคลิกต่อไปไว้ล่วงหน้า

หากคุณใช้ Chrome ในโหมดไม่ระบุตัวตน (หรือในโหมดผู้เยี่ยมชมบน Chrome OS) จะไม่มีการส่งคุกกี้ที่มีอยู่ล่วงหน้าใดๆ ไปยังไซต์ที่คุณเข้าชม ไซต์อาจเก็บรวบรวมคุกกี้ใหม่ไว้ในระบบของคุณขณะที่คุณอยู่ในโหมดเหล่านี้ โดยคุกกี้เหล่านี้จะถูกจัดเก็บไว้ชั่วคราวและถูกส่งไปยังไซต์ขณะที่คุณยังคงอยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตนหรือผู้เยี่ยมชม คุกกี้จะถูกลบเมื่อคุณปิดเบราว์เซอร์ ปิดหน้าต่างที่ไม่ระบุตัวตนที่เปิดอยู่ทั้งหมดหรือออกจากโหมดผู้เยี่ยมชม

หากคุณเลือกใช้คุณลักษณะตำแหน่งของ Chrome บริการนี้ช่วยให้คุณสามารถแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งของคุณกับไซต์อื่นได้ Chrome จะไม่อนุญาตให้ไซต์เข้าถึงข้อมูลตำแหน่งของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคุณ Google ไม่มีสิทธิ์ควบคุมเว็บไซต์ของบุคคลที่สามหรือหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของไซต์เหล่านั้น โปรดศึกษาหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของเว็บไซต์ต่างๆ ก่อนที่จะยินยอมแบ่งปันข้อมูลตำแหน่งของคุณกับเว็บไซต์นั้นๆ

ข้อมูลที่จัดเก็บไว้ในระบบของคุณเมื่อคุณใช้งาน Chrome

Chrome จะจัดเก็บข้อมูลบางอย่างไว้ภายในระบบของคุณ ข้อมูลเหล่านี้อาจประกอบด้วย:

  • ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติการเข้าชม เช่น URL ของหน้าเว็บที่คุณเข้าชม ไฟล์แคชของข้อความและภาพจากหน้าเว็บเหล่านั้น และรายการที่อยู่ IP บางส่วนที่ลิงก์จากหน้าเว็บที่คุณเข้าชม
  • ดัชนีค้นหาของหน้าเว็บส่วนใหญ่ที่คุณเข้าชม (ยกเว้นหน้าเว็บที่มีการรักษาความปลอดภัย ซึ่งจะมีที่อยู่เว็บขึ้นต้นด้วย "https" เช่น หน้าเว็บของธนาคารบางหน้า)
  • ภาพหน้าจอที่เป็นภาพขนาดย่อของหน้าเว็บส่วนใหญ่ที่คุณเยี่ยมชม
  • คุกกี้หรือข้อมูลที่จัดเก็บไว้บนเว็บที่ฝากไว้ในระบบของคุณโดยเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม
  • บันทึกการดาวน์โหลดรายการต่างๆ จากเว็บไซต์

คุณสามารถเลือกที่จะลบข้อมูลประวัติการเรียกดูของคุณทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทุกเมื่อ

นอกจากนี้คุณยังสามารถจำกัดข้อมูลที่ Chrome จัดเก็บไว้ในระบบของคุณโดยใช้โหมดไม่ระบุตัวตน (หรือโหมดผู้เยี่ยมชมใน Chrome OS) ในโหมดนี้ Chrome จะไม่จัดเก็บข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประวัติการเข้าชม เช่น URL, ข้อความบนหน้าเว็บที่แคช หรือที่อยู่ IP ของหน้าเว็บที่เชื่อมโยงจากเว็บไซต์ที่คุณเข้าชม นอกจากนี้ ยังจะไม่จัดเก็บภาพหน้าจอของหน้าเว็บที่คุณเข้าชมหรือเก็บบันทึกการดาวน์โหลดของคุณ (แม้ว่าข้อมูลนี้จะยังคงถูกจัดเก็บไว้ที่อื่นในระบบของคุณ เช่น ในรายชื่อไฟล์ที่เปิดล่าสุด) คุกกี้ใหม่ที่ได้รับขณะอยู่ในโหมดเหล่านี้จะไม่ได้รับการบันทึกไว้หลังจากที่คุณปิดเบราว์เซอร์ ปิดหน้าต่างที่ไม่ระบุตัวตนที่เปิดอยู่ทั้งหมด หรือออกจากโหมดผู้เยี่ยมชม คุณจะทราบว่าคุณอยู่ในโหมดไม่ระบุตัวตนหรือโหมดผู้เยี่ยมชมได้จากไอคอนไม่ระบุตัวตนที่ปรากฏอยู่บริเวณมุมบนของเบราว์เซอร์ของคุณ ในบางกรณีขอบของหน้าต่างเบราว์เซอร์อาจเปลี่ยนสีด้วย

เมื่อคุณเปลี่ยนแปลงข้อมูลการกำหนดค่าของเบราว์เซอร์ เช่น ด้วยการบุ๊กมาร์กหน้าเว็บ หรือด้วยการเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าของคุณ ข้อมูลนี้จะได้รับการบันทึกไว้ด้วยเช่นกัน โหมดไม่ระบุตัวตนหรือโหมดผู้เยี่ยมชมจะไม่ส่งผลใดๆ ต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

คุณสามารถเลือกให้ Chrome บันทึกรหัสผ่านของคุณไว้สำหรับบางเว็บไซต์ได้ คุณสามารถตรวจสอบรหัสผ่านที่จัดเก็บไว้ได้ในแท็บ "รายการส่วนตัว" ในหน้าค่ากำหนดของ Chrome ได้

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้แอปพลิเคชัน ส่วนขยาย และปลั๊กอินใน Chrome

คุณสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันและส่วนขยายบน Chrome ได้ด้วยการเข้าชม Chrome เว็บสโตร์เป็นต้น นอกจากนี้ Chrome อาจมาพร้อมกับแอปพลิเคชันและส่วนขยายบางอย่าง

แอปพลิเคชันและส่วนขยายเหล่านี้สามารถจัดเก็บและเข้าถึงข้อมูลที่เก็บไว้ภายในเครื่องและอาจแบ่งปันข้อมูลนั้นกับนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของแอปพลิเคชัน/ส่วนขยาย หรือบุคคลที่สามอื่นๆ ได้ รายละเอียดเกี่ยวกับ Chrome เว็บสโตร์จะมีส่วนที่อธิบายถึงสิทธิ์ในการเข้าถึงและแบ่งปันที่แอปพลิเคชันหรือส่วนขยายต้องมี คุณควรแน่ใจว่าคุณยินดีที่จะมอบสิทธิ์ให้กับนักพัฒนาได้ตามที่มีการร้องขอ หากไม่สามารถทำได้ คุณไม่ควรติดตั้ง (หรือถอนการติดตั้งหากมีการติดตั้งไว้แล้ว) แอปพลิเคชันหรือส่วนขยายดังกล่าว

Chrome จะบันทึกรายการของแอปพลิเคชันและส่วนขยายทั้งหมดลงในระบบของคุณ พร้อมกับ URL สำหรับการอัปเดตและหมวดหมู่ของสิทธิ์ที่แอปพลิเคชันหรือส่วนขยายจำเป็นต้องมีเพื่อให้สามารถทำงานได้ ทั้งนี้ Chrome จะใช้ข้อมูลนี้เพื่อตรวจหาการปรับปรุงเป็นระยะ ซึ่งอาจมีการดาวน์โหลดหรือติดตั้งโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ Chrome ยังจะจัดเก็บรายการของแอปพลิเคชันและส่วนขยายที่ทราบว่าเป็นอันตรายหรือไม่ถูกต้อง สำหรับการใช้งานในกรณีที่จำเป็นต้องปิดใช้งานหรือนำแอปพลิเคชันหรือส่วนขยายออกจากระบบของคุณ Chrome จะดาวน์โหลดหรืออัปเดตรายการนี้เป็นระยะ

หากคุณใช้แอปพลิเคชันหรือส่วนขยายที่ติดตั้งล่วงหน้าไว้ใน Chrome หรือติดตั้งจาก Chrome เว็บสโตร์ Chrome จะส่งตัวบ่งชี้การใช้งานอย่างน้อยหนึ่งรายการมายัง Google เมื่อคุณติดตั้งแอปพลิเคชันหรือส่วนขยายในครั้งแรก เมื่อ Chrome ตรวจหาการอัปเดต และเมื่อคุณถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันหรือส่วนขยาย ตัวบ่งชี้การใช้งานนี้รวมถึงการบ่งบอกว่าคุณได้ใช้แอปพลิเคชันหรือส่วนขยายหรือไม่ และบ่งบอกจำนวนวันที่ผ่านไปนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่ออกรายงานดังกล่าว เราจะใช้ข้อมูลนี้เพื่อติดตามข้อมูลการใช้เกี่ยวกับแอปพลิเคชันหรือส่วนขยายและเพื่อจัดอันดับความนิยม เราจะไม่ใช้ข้อมูลนี้เพื่อระบุตัวคุณหรือเชื่อมโยงข้อมูลนี้กับข้อมูลส่วนบุคคลของคุณ เราอาจจะเผยแพร่ข้อมูลการใช้งานรวมและการจัดอันดับความนิยม ซึ่งรวมถึงการเผยแพร่บน Chrome เว็บสโตร์

แอปพลิเคชันอาจส่งการแจ้งเตือนหากคุณให้การอนุญาต ข้อความแจ้งเตือนจะถูกส่งผ่านทางช่องทางที่ปลอดภัยจากนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไปยัง Google และจาก Google มายังคุณ เซิร์ฟเวอร์ของ Google จะจัดการการแจ้งเตือนในรูปแบบข้อความธรรมดา

คุณสามารถติดตั้งปลั๊กอินใน Chrome ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการทำงาน ประสิทธิภาพ หรือประสบการณ์ใช้งาน Chrome ได้ นอกจากนี้ Chrome อาจมาพร้อมกับปลั๊กอินบางรายการ รวมถึงปลั๊กอิน Adobe Flash Player รุ่นใดรุ่นหนึ่งด้วย ข้อมูลอาจถูกรวบรวมโดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ของปลั๊กอินนั้นๆ และการใช้ปลั๊กอินจะเป็นไปตามนโยบายส่วนบุคคลของนักพัฒนาซอฟต์แวร์ดังกล่าวด้วย คุณสามารถค้นหาว่าปลั๊กอินใดกำลังทำงานอยู่บน Chrome ได้ด้วยการพิมพ์ “about:plugins” ในแถบที่อยู่ เว็บไซต์ Adobe ที่ www.adobe.com จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของ Adobe ที่เกี่ยวกับ Player และคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการปิดใช้งาน Flash Player หรือปลั๊กอินอื่นๆ ได้ด้วย

การใช้งาน

ข้อมูลที่ Google ได้รับเมื่อคุณใช้งาน Chrome จะถูกนำไปประมวลผลเพื่อใช้งานและแก้ไขปรับปรุง Chrome และบริการอื่นๆ ของ Google ข้อมูลที่ผู้ให้บริการเว็บไซต์อื่นได้รับอยู่ภายใต้บังคับของนโยบายด้านข้อมูลส่วนบุคคลของเว็บไซต์นั้นๆ Chrome จัดเก็บข้อมูลเกี่ยวกับระบบของคุณเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพของ Chrome และเพื่อนำเสนอคุณลักษณะและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ

ข้อมูลเพิ่มเติม

Google ปฏิบัติตามหลักการนโยบายการให้ความคุ้มครองในสหรัฐอเมริกา สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรอบโครงสร้างการให้ความคุ้มครอง (Safe Harbor Framework) หรือการจดทะเบียนของเรา โปรดดูเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์

คุณสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Chrome ได้ที่นี่

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องหลักปฏิบัติเกี่ยวกับนโยบายส่วนบุคคลของเรา โปรดไปที่นโยบายส่วนบุคคลฉบับเต็ม หากมีคำถามเพิ่มเติม คุณสามารถติดต่อเราได้ตลอดเวลา หรือเขียนจดหมายถึงเราที่:

Privacy Matters
c/o Google Inc.
1600 Amphitheatre Parkway
Mountain View CA 94043 (USA)